สาวอายุ 19 ปี เจ้าของบัญชีม้าหลอก ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ให้ปากคำ

View icon 766
วันที่ 27 พ.ค. 2566
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - หญิงสาวเจ้าของบัญชีม้าคดีหลอก ต๋อง ศิษย์ฉ่อย นักสนุกเกอร์โอนเงิน เพื่อยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และคดีฟอกเงิน ที่ทำให้เสียเงินไปกว่า 3.2 ล้านบาท เข้าให้ปากคำตำรวจ ยืนยันไม่ได้เปิดบัญชี แต่ถูกเพื่อนหลอกยืมบัตรประชาชนไปทำธุรกรรม

หญิงสาวอายุ 19 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา เพราะตำรวจมีข้อมูลว่าเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่ นายวัฒนา ภู่โอบอ้อม หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" นักสนุกเกอร์ชื่อดัง โอนเงินเข้าไปในบัญชีที่มีชื่อของหญิงสาวคนนี้ หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้ยืนยันตัวตน ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และคดีฟอกเงิน จนเป็นเหตุให้สูญเงินไปกว่า 3.2 ล้านบาท เดินทางเข้าให้ปากคำและรับทราบข้อหาแล้ว

พันตำรวจเอก เจษฎา ยางนอก ผู้กำกับการ สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า ตามข้อมูลพบว่าบัญชีม้าแถวที่ 1 มีด้วยกัน 2 คน คนหนึ่งถูกออกหมายจับ เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเจตนาหลบหนี ส่วนอีกคน คือ นางสาวสุดารัตน์ อายุ 19 ปี ตัดสินใจเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ จากการสอบสวนเจ้าตัวได้ให้การภาคเสธ รับว่ามีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายมาจริง แต่บัญชีดังกล่าวเกิดจากเพื่อนที่ชื่อ นางสาวรัชนีกร มาหลอกขอยืมบัตรประชาชนไป อ้างว่าจะนำไปใช้สมัครเล่นเกม ก่อนจะมาทราบภายหลังว่า นำไปใช้เปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผู้เสียหาย และไม่ได้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารแต่อย่างใด

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าเงินของ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" ได้ถูกโอนเงินผ่านบัญชีม้าหลายบัญชีรวมทั้งหมด 7 แถว ก่อนที่คนร้ายจะโอนเงินจากบัญชีม้าแถวที่ 7 ไปลงทุนกับบริษัทซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัล 2 แห่ง โดยผู้ต้องหาซึ่งเป็นบัญชีม้าแถวที่ 5-7 สืบสวนพบว่าในนั้นเป็นกลุ่มบุคคลต่างด้าว 7 คน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบบุคคล ส่วนเรื่องการพิสูจน์ทราบการทำธุรกรรมทางการเงิน เบื้องต้น ได้ประสานขอข้อมูลการเปิดบัญชีธนาคารมาตรวจสอบ รวมถึงขอข้อมูลบริษัทซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลทั้ง 2 แห่ง มาตรวจสอบด้วย ส่วนผู้ที่ถูกออกหมายเรียก และถูกพาดพิงถึง จะมีการออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีก 3 คน ส่วนเจ้าของบัญชีธนาคารอีก 10 ราย ซึ่งเป็นบัญชีม้าแถวที่ 2-4 ตำรวจได้นัดให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้