ขยี้ข่าวใหญ่ : รัฐบาลสลายขั้วใกล้ลงตัว ถึงเวลานับถอยหลังอำนาจเปลี่ยนมือ

View icon 50
วันที่ 21 ส.ค. 2566
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - มาถึงวันนี้ต้องบอกว่าการเมืองใกล้ลงตัวแล้ว ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองใด ๆ มาเป็นตัวแปรที่คาดไม่ถึง ก็น่าจะจบลงที่รัฐบาลสลายขั้วของพรรคเพื่อไทย 14 พรรค 317 เสียง ที่จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการเที่ยงวันนี้ ตามด้วยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ในวันพรุ่งนี้ (22 ส.ค.) ซึ่งหากจบได้ตามแผน ก็นับถอยหลังถึงวันที่อำนาจจะเปลี่ยนมือได้เลย

รัฐบาลสลายขั้วใกล้ลงตัว ถึงเวลานับถอยหลังอำนาจเปลี่ยนมือ
หลังรอมา 3 เดือนกับอีก 7 วัน นับจากวันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา วันพรุ่งนี้จะได้ทราบกันแล้วว่า ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จะหยุดที่คุณเศรษฐา ทวีสิน ได้จริงตามที่พรรคเพื่อไทยมั่นใจหรือไม่ 317 เสียง จะมาแบบไม่มีแตกแถว หรือจะมีพรรคไหนที่ไม่ได้อยู่ในสมการรัฐบาลสลายขั้ว มาเติมคะแนนให้หรือเปล่า ซึ่งตรงส่วนนี้เราจะมีรายงานสดจากรัฐสภากันด้วย

มาดูลีลาข้ามขั้วกันหน่อย เขาให้เหตุผลกันอย่างไร อย่างคุณ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กถึงสมาชิก และผู้สนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ เนื้อหาโดยสรุประบุ พรรคเพื่อไทยเป็นแนวร่วมสำคัญในการสกัดไม่ให้มีการแก้ไขมาตรา 112

แม้มีปัญหากับพรรคเพื่อไทยมาก่อนในอดีต ก็ขอเลือกที่จะถอยความรู้สึกขัดแย้งส่วนตัว เพื่อยุติสงครามสีเสื้อ ให้ประเทศเดินหน้าด้วยความปรองดองสมานฉันท์ พร้อมย้ำแม้จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่รวมไทยสร้างชาติจะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2

ปิดดีล 14 พรรค 317 เสียง จ่อแถลงตั้งรัฐบาลสลายขั้ว
ส่วนพลังประชารัฐไม่ต้องพูดถึง เปิดประตูอ้าซ่า ก้าวข้ามความขัดแย้งมาตั้งแต่ตอนหาเสียงแล้ว เรียกว่า มองข้ามช็อตว่าสุดท้ายการเมืองไทยจะมาถึงจุดนี้ คือ ตอนนี้ทางเปิดโล่งหมด ความขัดแย้งในอดีตให้เลิกคิดถึงไป เคยต่อสู้กันมากว่าสองทศวรรษก็ขอให้ลืมไปก่อน เพื่ออนาคตประเทศ แต่เราจะเห็นได้ว่า พรรคพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายออกมาพูดก่อน ขณะที่เพื่อไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล กลับแบ่งรับแบ่งสู้ กระมิดกระเมี้ยนไม่กล้าพูดชัดเอาพรรคสองลุงหรือไม่ ทั้งที่ในทางปฏิบัติดูเหมือนจะร่วมหอลงโรง เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว รอแค่การจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็มีกำหนดที่จะแถลงเที่ยงวันนี้ที่รัฐสภาให้ชัดเจน ก่อนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้

โดยสิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ เมื่อรัฐบาลสลายขั้วจับมือกันได้แน่น พรรคเพื่อไทยมีราคาอะไรที่ต้องจ่ายบ้าง คนแรกที่อาจต้องเสียสละก่อนใครคือคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะหาเสียงไว้จัดหนัก จัดเต็ม มีคำพูดมัดคอว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยจับมือพรรคสองลุง ผมลาออก ลองไปฟังเสียงช่วงนั้นกันอีกครั้ง

คำพูดในอดีตที่ตามหลอกหลอนจนแฮชแท็กชลน่านลาออกกี่โมง ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ ตามมาด้วยการโพสต์ของคุณนวลสกุล บํารุงพงษ์ ภรรยาคุณหมอชลน่าน ในทำนองสามีไม่ยึดติดตำแหน่ง ต่อจากนี้ก็ต้องดูว่าจะมีการไขก๊อกจากคุณหมอชลน่านอย่างไร แค่ไหน เช่น ลาออกทั้งหัวหน้าพรรค และ สส.หรือไม่ หรือจะลาออกแค่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเท่านั้น หรืออาจไม่ทำอะไรเลย

ทีนี้มาดูอีกฝั่งหนึ่งบ้าง ในระหว่างอีกขั้วกำลังจะชื่นมื่น ตอนนี้พรรคการเมืองที่ไม่อยู่ในรัฐบาลสลายขั้วของพรรคเพื่อไทย เอาเฉพาะพรรคที่มีมากกว่าหนึ่งเสียง ก็จะมี 149 เสียงของพรรคก้าวไกล 25 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ และ 6 เสียงของพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งในส่วนของพรรคก้าวไกลและไทยสร้างไทย ก็ค่อนข้างชัดโหวตไปในทิศทางเดียวกัน ไม่สนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย  แต่ยังไม่บอกว่าจะใช้วิธีงดออกเสียง หรือโหวตสวนไม่เห็นด้วย โดยจะมีการประชุม สส.กันอีกครั้งช่วงเย็นของวันนี้

ปชป.ประชุมวันนี้ กำหนดจุดยืนโหวตเลือกนายกฯ
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการประชุม สส. 14.30 น. วันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่าพรรคจะมีจุดยืนอย่างไร มีปัจจัยอะไรในการตัดสินใจบ้าง ไปฟังเสียงคุณชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช กัน

และในวันนี้สมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ก็จะได้ข้อมูลทุกอีพีของคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ที่ออกมาเปิดโปงถึงความไม่ชอบมาพากลในการซื้อขายที่ดินของ บมจ.แสนสิริ ในช่วงที่คุณเศรษฐา ทวีสิน เป็นผู้บริหาร และเตรียมแถลงช่วงบ่าย มีการขายของไว้ว่า เป็นข้อมูลที่จะตอกฝาโลงคุณเศรษฐาเลย และจะเป็นจุดชี้ขาดที่ทำให้สมาชิกรัฐสภาไม่สนับสนุนให้คุณเศรษฐาเป็นนายกฯ โดยเรียกร้องให้คุณเศรษฐา ถอนตัวจากแคนดิเดตนายกฯ

ขณะที่คุณเศรษฐา ก็ยังยืนยันความบริสุทธิ์ ย้ำว่าทำธุรกิจยึดหลักธรรมาภิบาล มาตลอด 30 ปี ที่เป็นผู้บริหาร บมจ.แสนสิริ และมั่นใจจะได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาให้เป็นนายกฯ คนที่ 30

ซึ่งจนถึงขณะนี้พรรคเพื่อไทยก็ยังยืนยัน ชื่อเดียวที่จะเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรีคือ คุณเศรษฐา ไม่เปลี่ยนแปลง โดยหากเลือกได้แบบม้วนเดียวจบจริง ภายในเดือนนี้ก็มีโอกาสที่จะได้เห็นอำนาจเปลี่ยนมืออย่างเป็นทางการแล้ว

เพราะถ้าเทียบเคียงจากไทม์ไลน์การโหวตเลือกนายกฯปี 2562 รัฐสภา มีมติเลือก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ วันที่ 5 มิถุนายน จากนั้นวันที่ 9 มิถุนายน ก็มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ พลเอก ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ก็เรียกว่าเมื่อรัฐบาลสลายขั้วลงตัวเมื่อไหร่ ก็ถึงเวลานับถอยหลังของพลเอก ประยุทธ์ ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยเหมือนกัน โดย พลเอก ประยุทธ์ ถือเป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานเป็นอันดับสาม เหนือ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งอยู่ในตำแหน่ง 8 ปี 154 วันเสียอีก

โดยนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานเป็นอันดับหนึ่ง คือ จอมพล แปลก พิบูลสงคราม 15 ปี 25 วัน อันดับสอง จอมพลถนอม กิตติขจร 9 ปี 205 วัน ส่วนพลเอก ประยุทธ์ อันดับสามรอลุ้นว่าจะเลย 9 ปีไปกี่วัน เพราะกำลังจะอยู่ในตำแหน่งครบ 9 ปีในวันที่ 24 สิงหาคมนี้