ONE Championship

ONE Championship : บทเรียนของ ออง ลา เอ็น ซาง ฮีโร่เมียนมา ในวันที่ปราชัยหรือได้ชัยชนะ

ออง ลา เอ็น ซาง 

เรื่องราวของฮีโร่เมียนมา “ออง ลา เอ็น ซาง” ที่ไม่ว่าจะขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะแชมป์โลก ONE สองรุ่น หรือในวันที่เขามีเพียงคำว่าอดีตแชมป์โลกนำหน้า แต่แฟนกีฬาร่วมสายเลือดยังคงยกย่องให้เขาเป็น “วีรบุรุษ” ผู้ปักหมุดประเทศเมียนมาบนแผนที่โลกกีฬาการต่อสู้  

ภาพแฟนคลับเมียนมาแห่แหนไปยัง อิมแพ็ค อารีนา เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นภาพที่น่าสนใจต่อสายตาชาวไทย 

โดยเฉพาะวินาทีที่ฮีโร่เมียนมา “ออง ลา เอ็น ซาง” ปรากฏตัวบนสังเวียน ONE ด้วยเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ แฟนคลับเมียนมาพากันแผดเสียงร้องตามจนดังลั่นสนั่นไปทั้งฮอลล์ ชวนให้บรรยากาศในศึก ONE Fight Night 6 คึกคักยิ่งขึ้นกว่าเดิม

63c926775447c9.34058057.jpg
 
“ออง ลา” เกิดที่เมียนมา แต่ไปศึกษาและเติบโตอยู่ที่อเมริกานานหลายปี ก่อนจะกลับมาสร้างชื่อเสียงให้เมียนมาในฐานะแชมป์โลก ONE เมื่อปี 2560 ความรักและศรัทธาที่ประชาชนมีต่อฮีโร่ของเขามากมายถึงขั้นก่อสร้างรูปปั้น “ออง ลา” ในจังหวัดบ้านเกิด

อย่างไรก็ตาม ความเข้มข้นของการแข่งขันบนเวทีนักสู้ระดับโลก นักกีฬาตัวท็อป ๆ ต่างมีฝีมือสูสีกัน ผลแพ้ชนะจึงเกิดขึ้นได้ทุกวินาที 

เส้นทางฮีโร่ของ “ออง ลา” กลับมาสะดุด เมื่อเขาเสียเข็มขัดทั้งสองเส้น (รุ่นมิดเดิลเวต และไลต์เฮฟวีเวต) ให้ผู้ท้าชิงคนเดียวกันคือ “ไรเนียร์ เดอ ริดเดอร์” ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน เมื่อ ต.ค.63 และ เม.ย.64 

“ออง ลา” อยู่ในสถานะไร้เข็มขัดแชมป์โลกบนบ่า เจ็บปวด ล้มลุกคลุกคลาน พยายามตะเกียกตะกายกลับขึ้นไปสู่เส้นทางที่เคยรุ่งโรจน์

63c926789fcd36.37633115.jpg
ออง ลา vs วิตาลี 




แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เขากลับพ่ายแพ้ให้กับอดีตคู่ปรับ “วิตาลี บิกแดช” ในไฟต์ล้างตาภาค 3 เมื่อต้นปี'65 แม้ “ออง ลา” จะมีร่างกายที่กล้าแกร่ง แต่ก้อนเนื้อเล็ก ๆ อย่าง “หัวใจ” ก็เจ็บปวดได้ ร้องไห้เป็น
 
ในห้วงเวลาที่ผ่านไปได้ยาก ขึ้นสูง ลงต่ำ ไม่ต่างจากทุกชีวิต ทุกสาขาอาชีพ ที่ย่อมเคยผิดพลาด พ่ายแพ้ ไม่ได้ดังใจ แต่การมีใครสักคนยืนเคียงข้างกัน มันมีความหมายยิ่งใหญ่...บางครั้งยิ่งใหญ่ซะกว่าวันที่ยืนอยู่ในจุดสูงสุด และแวดล้อมไปด้วยคนที่ชื่นชมยินดีซะอีก

63c9267869fc14.47155542.jpg

หลังได้รับชัยชนะเมื่อวันเสาร์ “ออง ลา” กล่าวขอบคุณชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ทุกแห่งหนทั่วโลก รวมถึงคนที่เก็บหอมรอมริบเพื่อซื้อบัตร และเดินทางมาชมเขาถึงในสนาม ทุกกำลังใจเป็นเสมือน “ลมใต้ปีก” เสมอมา คือพลังที่พยุงให้เขาลุกขึ้นสู้ และมีแรงกำลังอยากจะกลับมายิ่งใหญ่ให้ได้แม้จะอยู่ในวัย 37 ปีวันนี้ก็ตาม

สิ่งที่เราได้เห็นใน อิมแพ็ค อารีนา คือกรณีศึกษาที่ทำให้ต้องกลับมาขบคิดว่า เมื่อคนรอบข้าง คนที่เรารู้จัก หรือไม่ว่าใครก็ตามที่เราบังเอิญได้พบเห็น กำลังอยู่ในภาวะสิ้นหวัง พ่ายแพ้ หมดกำลังใจ เราจะเป็นหนึ่งคนที่ทับถม เหยียบย่ำ ซ้ำเติมเขาลงไปกว่าเดิม หรือจะเป็นหนึ่งคนที่ช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้นมา อย่างเช่นที่ชาวเมียนมาปฏิบัติต่อ “ออง ลา” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ติดตาม ONE Championship และ ONE ลุมพินี ได้ที่ : https://www.ch7.com/one-championship

ข่าวที่เกี่ยวข้อง