เปิดภาพภายในเครื่องบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส หลังตกหลุมอากาศ

View icon 292
วันที่ 22 พ.ค. 2567
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลังวานนี้มีเหตุสะพรึง ที่จู่ ๆ เครื่องบินของ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ขอลงจอดฉุกเฉิน เพราะตกหลุมอากาศ จนมีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บในระดับความรุนแรงต่างกันอีกหลายสิบคนที่ยังรักษาตัวอยู่ที่ไทย ถัดไปการดูแลและทยอยส่งกลับมีขั้นตอนอย่างไร ผู้โดยสารที่เดินทางต่อไปสิงคโปร์แล้วมีจำนวนเท่าไร เดี๋ยวไล่เรียงไปทีละประเด็น แต่ก่อนอื่นไปดูร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นกันก่อน

เปิดภาพภายในเครื่องบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส หลังตกหลุมอากาศ
เห็นภาพแล้วต้องบอกว่า พังเละเสียหายไปทั้งลำจริง ๆ ทั้งสิ่งของตกกระจาย ท่ออากาศฉีกขาด หน้ากากออกซิเจนตกลงมา บนเพดานมีคราบคล้ายเลือด ซึ่งเป็นความเสียหายภายในตัวเครื่องบินของ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน SQ 321 ที่เกิดตกหลุมอากาศ

หลังเดินทางมาจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ (ฮีทโธรว์) มีปลายทางที่ประเทศสิงคโปร์ (ชางฮี) แต่ก็ต้องขอลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ระหว่างที่ทำการบิน เนื่องจากตกหลุมอากาศ ทำให้ผู้โดยสาร ซึ่งมีจำนวน 211 คน และลูกเรือจำนวน 18 คน ในจำนวนนี้มีหลายสิบคนบาดเจ็บ และเสียชีวิต 1 คน นำมาสู่การที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต้องประกาศแผนฉุกเฉินทางการแพทย์ เพื่อให้สามารถนำรถพยาบาลเข้าพื้นที่ลานจอดฉุกเฉิน ก่อนลำเลียงผู้บาดเจ็บที่มีระดับความรุนแรงของอาการต่างกัน ไปที่โรงพยาบาล

ข้อมูลที่มีการยืนยันมาจาก โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เมื่อคืนนี้ สรุปแล้วมีนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาล รวมทั้งหมด 71 คน แบ่งป็นผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 26 คน บาดเจ็บปานกลาง 39 คน อาการสาหัส 6 คน

ที่ยืนยันสัญชาติได้มีอย่างน้อย ๆ 6 สัญชาติ ได้แก่ มาเลยเซีย, สหราชอาณาจักร, นิวซีแลนด์, สเปน, สหรัฐอเมริกา, ไอร์แลนด์ ทางโรงพยาบาลกำลังสรุปความคืบหน้าเรื่องการดูแลป่วยเพิ่มเติม รวมถึงแผนการส่งกลับ

ส่วนผู้เสียชีวิตได้ส่งศพไปชันสูตร ที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จังหวัดสมุทรปราการ ระหว่างรอการประสานส่งกลับไปให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต

รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ กรณี สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส
ขณะที่ นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน และ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันรัฐบาลไทยพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และประสานงานทุกประการที่จำเป็นแก่ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบ

กพท.รอผลสอบ เหตุเครื่องบินตกหลุมอากาศ
ด้าน ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย นายสุทธิพงษ์ คงพูล เผยว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างเก็บข้อมูลตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง เบื้องต้น จุดเกิดเหตุ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่น่านฟ้าไทยหรือไม่ แต่ประเทศไทย เป็นจุดที่เครื่องบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ขอลงจอดฉุกเฉิน ก็ต้องให้ความร่วมมือทุกขั้นตอน

ผู้โดยสาร-ลูกเรือ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส 143 คน เดินทางถึงสิงคโปร์
สายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส (Singapore Airlines) ยืนยันผ่านโซเชียลมีเดียว่า ผู้โดยสาร 131 คน และลูกเรือ 12 คน จากเที่ยวบิน SQ 321 ที่ประสบเหตุตกหลุมอากาศและต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางกลับถึงสนามบินชางฮี ของสิงคโปร์ (Singapore Changi Airport) แล้ว เมื่อเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดยสายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ได้เตรียมยานพาหนะ เพื่อส่งผู้โดยสารกลับบ้านพัก หรือโรงแรมที่พักด้วย ส่วนผู้โดยสารที่ต้องเดินทางต่อ มีการจองเที่ยวบินใหม่ให้กับผู้โดยสารแล้ว

ส่วนผู้โดยสารอีก 79 คน และลูกเรือ 6 คน ซึ่งมีทั้งผู้บาดเจ็บ และญาติของผู้บาดเจ็บ ยังอยู่ที่กรุงเทพมหานคร โดยมีเจ้าหน้าที่ของสายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส คอยให้ความช่วยเหลือ

ขณะที่ ผู้โดยสารคนหนึ่งเปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก ซึ่งหลังเครื่องบินเริ่มเอียง และสั่น เขาก็เตรียมพร้อมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น จากนั้น เครื่องบินก็ตกลงไปอย่างกะทันหัน ทำให้คนที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยลอยขึ้นไปบนเพดานทันที

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ความสูงของเที่ยวบิน SQ 321 ตกลงมาจากระดับ 37,000 ฟุต เป็น 31,000 ฟุต ในเวลาเพียง 3 นาที หลังเจอสภาพอากาศเลวร้ายเหนือมหาสมุทรอินเดีย

นายโกะ ชุน พง (Goh Choon Phong) ซีอีโอสายการบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ได้ออกมากล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอโทษทุกคนบนเที่ยวบิน SQ 321 ที่ต้องประสบกับเหตุสะทือนใจ ซึ่งสายการบินจะให้ความช่วยเหลือทุกอย่างที่เป็นไปได้ต่อผู้โดยสารและลูกเรือ และจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอบสวน

ขณะที่ สำนักสอบสวนความปลอดภัยทางการขนส่งของสิงคโปร์ (TSIB) ระบุว่า กำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย สหรัฐฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) เข้ามาช่วยเหลือในการสอบสวนด้วย