สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จแทนพระองค์ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดสุวรรณดาราราม และวัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

View icon 514
วันที่ 12 พ.ย. 2566
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 16.15 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จแทนพระองค์ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดสุวรรณดาราราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วัดสุวรรณดาราราม เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมป้อมเพชร เดิมชื่อว่า วัดทอง ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บูรณะวัดทั้งหมด จึงถือเป็นวัดประจำราชวงศ์จักรี ลักษณะสถาปัตยกรรมของวัด ตัวโบสถ์จะตกท้องช้าง ทำให้คล้ายท้องเรือสำเภา ซึ่งเป็นการเปรียบพระพุทธศาสนาดั่งนาวาธรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของโบสถ์สมัยอยุธยา ภายในวัดมีจิตรกรรมฝาผนังรูปยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ต้นฉบับที่เคยเห็นกันในหนังสือเรียน วาดโดยพระยาอนุศาสน์จิตรกร จิตรกรเอกของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ด้านบนของผนังภายในพระอุโบสถรายล้อมไปด้วยภาพเทพพนมนับร้อยองค์ลอยอยู่ในวิมาน ที่มีขนาดลดหลั่นกันตามระยะใกล้-ไกล ตามลักษณะของทัศนียภาพแบบตะวันตก ที่เคยมีการวาดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช รัชกาลที่ 4 ส่วนด้านล่างของผนังเป็นภาพ เรื่องราวของมหาเวสสันดรชาดกและสุวรรณสามชาดก ปัจจุบัน มีพระเมธีวชิรธาดา เป็นเจ้าอาวาส และมีพระสงฆ์ จำพรรษาจำนวน 15 รูป

จากนั้น เสด็จออกจากพระอุโบสถไปยังพระวิหาร ทรงวางพวงมาลัยและทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธชินราชจำลอง

เวลา 17.59 น. เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดนิเวศธรรมประวัติ อำเภอบางปะอิน เป็นวัดที่ 2

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างวัดนิเวศธรรมประวัติขึ้น เมื่อปี 2419 แล้วเสร็จเมื่อปี 2421 เพื่อเป็นพระอารามสำหรับทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับที่พระราชวังบางปะอิน ปัจจุบัน เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย

พระอุโบสถ เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคเลียนแบบโบสถ์คริสต์ ภายในประดิษฐาน "พระพุทธนฤมลธรรโมภาส" เป็นพระประธาน ที่บริเวณฐานชุกชีสร้างเหมือนที่ตั้งไม้กางเขน ฝาผนังพระอุโบสถด้านหน้าพระประธาน มีพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ที่ประดับด้วยกระจกสี ภายในบริเวณวัดยังมีหอพระคันธารราษฎร์ ประดิษฐานพระคันธารราษฎร์ พระพุทธรูปยืน ปางขอฝน, หอพระพุทธศิลา ประดิษฐานพระพุทธศิลาปางนาคปรก ฝีมือช่างขอมอายุนับพันปี ที่อัญเชิญมาจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดลพบุรี, พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระบรมรูปทรงม้า, สุสานสวนหินดิศกุลอนุสรณ์ สำหรับประดิษฐานพระอัฐิของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เจ้าจอมมารดาชุ่ม ในรัชกาลที่ 4 และอัฐิของราชสกุลดิศกุล, ต้นพระศรีมหาโพธิ์หน้าพระอุโบสถ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปลูก, พระตำหนักสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ประทับขณะทรงผนวชและจำพรรษาที่วัดนี้ เมื่อปี 2426 รวมไปถึงกุฏิสงฆ์ และหอพระไตรปิฎกโดยหมู่อาคารต่าง ๆ ล้วนเป็นศิลปะแบบตะวันตก

จากนั้น เสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปยังมณฑลพิธีถวายผ้าป่าหน้าพระอุโบสถ ทรงรับผ้าไตรจากเจ้าพนักงานศุภรัต ทรงพาดผ้าไตรระหว่างพระกร แล้วประนมพระหัตถ์ ทรงกล่าวคำถวายผ้าป่า เพื่อนำปัจจัยไปทำนุบำรุงพระอาราม ทรงวางผ้าไตรที่พานแว่นฟ้า พระราชวชิรสารสุธี (เอนก มนุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดนิเวศธรรมประวัติพิจารณาผ้าป่า ปัจจุบัน วัดแห่งนี้มีพระสงฆ์จำพรรษา 25 รูป สามเณร 147 รูป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง