ONE Championship : แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ฝึกแบบไหน จากนักมวยไทยถึงแกร่งได้ในสาย MMA

View icon 183
วันที่ 25 ส.ค. 2566
ONE Championship
แชร์
แสตมป์ แฟร์เท็กซ์

ย้อนเส้นทางสุดท้าทายของ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” อดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่งและมวยไทย รุ่นอะตอมเวตหญิง (105-115 ป.) ที่อาศัยพื้นฐานจากมวยไทยข้ามสายมาเอาดีในกติกาต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) จนสามารถก้าวขึ้นเป็นนักกีฬาหญิงไทยคนแรกที่ได้ครองเข็มขัดแชมป์ ONE เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นอะตอมเวตหญิง

เป็นที่รู้กันดีว่า “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” เกิดมาจากมวยไทยและไม่เคยมีความรู้ด้านกีฬา MMA  มาก่อนแม้แต่น้อย แต่เธอสามารถนำศาสตร์มวยไทยที่เธอมีมาปรับใช้ในการต่อสู้แบบผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีพิษสงรอบด้านทั้งเกมยืนและเกมนอน จนปัจจุบัน “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักกีฬาหญิง MMA แถวหน้าระดับโลก

วันนี้เราอาสาพาไปดูว่า “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ต้องฝึกหนักเพียงใดในการยกระดับฝีมือขึ้นมาเป็นนักสู้หญิงแถวหน้าแม้จะฝึกวิชาแขนงนี้มาไม่นานหากเทียบกับนักสู้คนอื่นของรุ่น

ดูคลิป ONE ลุมพินี วันที่ 14 เมษายน 2566 คู่ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ vs เจเน็ต ท็อดด์

64e79503b709e9.16121132.jpg
 
ในช่วงเริ่มแรกสาวน้อยจากระยองวัย 25 ปี มีความรู้ด้านการต่อสู้ MMA เป็นศูนย์ เธอจึงต้องนับหนึ่งตั้งแต่การเรียนรู้และทำความเข้าใจแต่ละท่าของศาสตร์มวยปล้ำและบราซิลเลียนยิวยิตสู (BJJ) ก่อน ซึ่งเธอได้โค้ชมืออาชีพเข้ามาดูแลด้านการฝึกซ้อม โดย “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ใช้เวลา 2 ปี ในการฝึก MMA อย่างจริงจังจนกระทั่งมีศักยภาพมากพอที่จะลงแข่งขันได้

โดยโปรแกรมที่ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” ต้องฝึกทั้งศาสตร์ MMA และ BJJ เป็นประจำวันทุกวัน แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงเช้าจะเป็นการฝึก MMA และในช่วงเย็นถึงค่ำจะเป็นคลาส BJJ

64e79503ce9249.94798767.jpg
 
และหลังจากที่ฝึกฝนด้วยความอดทนและความเพียรพยายามในค่ายต้นสังกัดอย่างแฟร์เท็กซ์ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” จนสามารถพัฒนาทักษะ BJJ จากศูนย์จนได้เข็มขัดสีม่วงซึ่งเป็นขั้นที่ 3 จากทั้งหมด 5 ลำดับขั้นของ BJJ (ขาว, น้ำเงิน, ม่วง, น้ำตาล, ดำ)

ได้ชื่อว่าการต่อสู้แบบผสมผสาน แน่นอนว่าทักษะเกมยืนก็สำคัญไม่แพ้กันและ "แสตมป์ แฟร์เท็กซ์" เองก็โตมากับมวยไทย เธอจึงหมั่นลับคมอาวุธมวยไทยเป็นประจำทุกวันเช่นกัน

64e795040f6b12.18649642.jpg

"แสตมป์ แฟร์เท็กซ์" มีโปรแกรมการซ้อมมวยไทยในช่วงบ่ายเป็นประจำทุกวัน โดยจะมีการฝึกการออกอาวุธมวยไทยรวมทั้งการซ้อมล่อเป้าเพื่อเสริมทักษะการชกมวยไทยและคิกบ็อกซิ่งไปในตัว

ทักษะต่าง ๆ จำเป็นต้องควบคู่กับร่างกายที่แข็งแรงซึ่งเป็นพื้นฐานของนักกีฬาทุกคน โดย “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” จะต้องออกมาวิ่งออกกำลังกายร่วมกับเพื่อนนักกีฬาร่วมค่ายเป็นประจำทุกวันในช่วงเช้าตรู่

64e795042a2112.36749166.jpg

และอีกหนึ่งการฝึกซ้อมที่ขาดไม่ได้ คือการออกกำลังเสริมสร้างกล้ามเนื้อหรือเรียกอีกอย่างว่า เวทเทรนนิง ซึ่ง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” จะทำเป็นประจำในช่วงเช้าของวันพุธ และวันเสาร์ โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ วันพุธ เล่นเวต ยกน้ำหนัก เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อทุกส่วน และวันเสาร์ จะเน้นบริหารร่างกายโดยรวม ทั้งแขน-ขา และการกระโดด

ทั้งหมดนี้คือโปรแกรมการฝึกของสาวแกร่งทำเป็นประจำในทุกๆ สัปดาห์  และเมื่อเข้าใกล้ช่วงที่มีกำหนดการแข่งขัน การฝึกซ้อมทั้งหมดนี้ก็จะเพิ่มความหนักหน่วงขึ้นเป็นสองเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดเพื่อเผชิญหน้ากับคู่แข่งสายแข็ง "ฮาม ซอ ฮี" นักสู้ซูเปอร์สตาร์จากเกาหลีใต้ ในไฟต์ชิงแชมป์โลก ONE รุ่นอะตอมเวตหญิง เฉพาะกาล ที่จะมีขึ้นในศึก ONE Fight Night 14 โดยจะถ่ายทอดสดจากสิงคโปร์ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 07.00 น. ของวันเสาร์ที่ 30 ก.ย.66

แฟนกีฬาสามารถจองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง TICKETMASTER และติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของศึกนี้ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ www.onefc.com และอินสตาแกรม ONEChampTh

ติดตาม ONE Championship และ ONE ลุมพินี ได้ที่ : https://www.ch7.com/one-championship

ช่องทางถ่ายทอดสด
- FACEBOOK : https://www.facebook.com/Ch7HD
- YOUTUBE : https://www.youtube.com/ch7hd
- ช่อง 7HD กด 35
- เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน BUGABOO.TV