ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : หนังคนละม้วน! ปัญหาเจ้าหน้าที่ อคส. วิ่งเต้นคดี

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 ได้รับหลักฐานคลิปเสียงสนทนา หลังติดตามตรวจสอบการทุจริตภายใน อคส. จนเป็นเหตุทำให้ผู้อำนวยการสำนักนิติการถูกปลดออกจากตำแหน่ง และเมื่อวานนี้ ได้เข้ามาชี้แจง บอกว่า ไม่เคยเรียกรับเงินตามที่มีการกล่าวหา เป็นหนังคนละม้วนกับคำชี้แจงอย่างไร คุณสุธาทิพย์ ผาสุข มีรายงานความคืบหน้าเรื่องนี้

นี่เป็นคลิปเสียงช่วงหนึ่ง ซึ่งคอลัมน์หมายเลข 7 ได้รับ หลังวานนี้เรานำเสนอคำชี้แจงของอดีตผู้อำนวยการสำนักนิติการ อคส. ยืนยัน ไม่เคยมีพฤติกรรม ใช้ตำแหน่งหน้าที่หลอกลวงว่าจะช่วยนำเงินค่าฝากเก็บมันจำนวน 5.9 ล้านบาท ออกมาให้ได้ โดยไม่ต้องถูกนำไปหักกลบลบหนี้ ในคดีที่ อสค. ฟ้องผู้ร้องเรียน 2 คดี จากเหตุทำมันเสื่อมสภาพ วงเงิน 600 ล้านบาท ตามที่กล่าวหา

คลิปดังกล่าวบันทึกไว้เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ปีที่แล้ว ก่อนที่จะมีการเคลียร์คดีฉ้อโกงจำนวน 245,000 บาท จากกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหา รับเงินจากผู้ร้องเรียนไปแล้วแต่ไม่ได้ทำคดีให้ ในวันที่ 22 กันยายน ปีเดียวกัน ซึ่งในขณะนั้นผู้ถูกกล่าวหา ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักนิติการ อคส. แล้ว เนื้อหาในบทสนทนาบางช่วง ยังอ้างถึงผู้บริหารระดับสูงของ อคส.ด้วย

จากเสียงบทสนทนาบางช่วงในคลิป คอลัมน์หมายเลข 7 จึงติดต่อสอบถามไปยังผู้บริหารคนที่ถูกพาดพิงถึง ได้รับคำยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็น พร้อมระบุ ที่ผ่านมาถูกแอบอ้างตลอด จึงอยากให้เข้าใจกระบวนการทำงานว่าแม้เป็นผู้บริหารก็ไม่ใช่ว่าจะดำเนินการได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่ในชั้นศาล

ขณะที่ในการชี้แจงของอดีตผู้อำนวยการสำนักนิติการ อคส. เมื่อวานนี้ ยอมรับกับคอลัมน์หมายเลข 7 ว่า ช่วงเวลาที่มีการเคลียร์คดีฉ้อโกง อยู่ในช่วงใกล้เคียงกับที่มีการสนทนาผ่านไลน์เกี่ยวกับการปรึกษาข้อกฎหมายเรื่องนำเงิน 5.9 ล้านบาท คืนให้ผู้ร้องเรียน แต่ยังยืนยัน ไม่ได้ใช้ตำแหน่งวิ่งเต้นคดีให้ตามที่มีการกล่าวหา

หลังคอลัมน์หมายเลข 7 ได้รับคลิปเสียงนี้ ได้ติดต่อไปยังผู้ถูกกล่าวหาอีกครั้ง เพื่อให้โอกาสได้ชี้แจงอีกรอบ แต่ไม่รับสาย ส่วนการสอบข้อเท็จจริงที่ อคส.ดำเนินการตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เดิมเคยมีรายงานว่าจะจบภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ล่าสุดผู้บริหาร อคส. บอกกับเราว่า ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าจะจบวันไหน แต่ในขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง ผอ.สำนักนิติการ ไปแล้ว คงเหลือสถานะเพียงแค่เจ้าหน้าที่ระดับ 9 เท่านั้น ซึ่งหากเรื่องนี้มีความคืบหน้าเพิ่มเติม เราจะติดตามมารายงานให้ทราบอีกครั้ง