ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : เส้นทาง รังนกไทย สู่ แดนมังกร เปิดธุรกิจแสนล้านบาท

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ ชวนท่านผู้ชมตรวจตลาดรังนกในประเทศจีน ที่ว่ากันว่ามูลค่านับแสนล้านบาทต่อปี ประเทศไทยจะมีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้มากน้อยแค่ไหน กฎหมายเอื้อหรือไม่ ยังมีตลาดต่างประเทศอื่นให้ช่วงชิงอีกหรือเปล่า ติดตามกับ คุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

เส้นทางส่งรังนกไปประเทศจีนของไทย ยังถือว่าแคบ เพราะแม้ว่าทางการจีนจะเปิดทางนำเข้ารังนกไทยแล้ว แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนเป็น "รังนกบริสุทธิ์" ที่มีสีขาว สีเหลือง หรือสีทองเท่านั้น เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย ฉบับที่ มกษ.6705-2557

และมีบริษัทผู้ส่งออกรังนกไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานเพียงแค่ 2 บริษัท คือ บริษัท สยามรังนกทะเลใต้ จำกัด และบริษัทสยามรังนก สากล จำกัด แต่ในความเป็นจริงส่งออกได้เพียงแค่บริษัทเดียวเท่านั้น เพราะติดปัญหารังนกบ้านที่ยังไม่ถูกกฎหมาย เนื่องจากการแก้ไขกฎหมาย และออกระเบียบรองรับ ที่รอคอยมากว่า 2 ปี ยังไม่แล้วเสร็จ โดยหวังว่าปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ทุกอย่างจะเรียบร้อย

ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. กรมปศุสัตว์ จัดทำโครงการวิจัยการศึกษา เพื่อกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีสำหรับบ้านนกแอ่นกินรัง เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงขณะนี้มีนกแอ่นกินรังเข้ามาอาศัยราว 500-600 ตัว สร้างรังไว้ 60-100 รัง พบว่ารังนกทั้งหมดได้ขนาดมาตรฐาน ได้ราคาสามในสี่ของรังนกถ้ำ หรือราว 10,000-20,000 บาทต่อ 600 กรัม จึงเตรียมที่จะถ่ายทอดความรู้การทำฟาร์มบ้าน หรือคอนโดนกแอ่นกินรังให้แก่เกษตรกร คาดว่าหากกฎหมายเอื้อ ธุรกิจรังนกอาจแตะถึงแสนล้านบาทต่อปี

ข้อมูลการนำเข้ารังนกของจีน ไตรมาสแรกของปีนี้ มีจำนวน 96 ตัน แบ่งเป็นการนำเข้าจากอินโดนีเซีย 72.5 ตัน มาเลเซีย 23.4 ตัน และไทย 0.1 ตัน ขณะที่ในไตรมาสที่สอง ประเทศจีนนำเข้ารังนกน้อยลง 22.91% ตัวเลขอยู่ที่ 74.7 ตัน จากอินโดนีเซีย 55.8 ตัน และมาเลเซีย 18.9 ตัน ไม่มีตัวเลขการนำเข้าจากประเทศไทย สะท้อนว่าตลาดรังนกในประเทศจีน ยังสดใส มีส่วนแบ่งการตลาดที่ไทยสามารถช่วงชิงได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเงื่อนไขสูง

การจะผลักดันให้ธุรกิจรังนก เป็นโอกาสใหม่ของคนไทย นอกจากต้องปรับปรุงกฎหมายแล้ว ยังต้องเปิดทางให้มีการศึกษาประชากรนกถ้ำอย่างจริงจัง จะได้ตัวเลขที่ชัดเจน นำไปสู่การกำหนดมาตรการในการบริหารจัดการ ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ