ห้องข่าววาไรตี้

รายงานพิเศษ : ศบค.สั่งคุมเข้มประชาชนเดินทางข้ามจังหวัดช่วงล็อกดาวน์

จุดตรวจคัดกรองโควิด-19 ของ สภ.มหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในจุดตรวจคัดกรองประชาชนที่จะเดินทางเข้า-ออกจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็น 1 ใน 13 จังหวัด ที่ ศบค.ประกาศยกระดับให้ล็อกดาว 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ให้เจ้าหน้าที่ตั้งด่านเฝ้าระวังคัดกรองประชาชนเข้า-ออก ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

จุดนี้มีทั้งตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อำเภอมหาราช และ เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ประมาณ 10 นาย ตั้งด่านริมบนถนนสายเอเชียฝั่งขาเข้าที่มุ่งหน้ามาจากพื้นที่ภาคเหนือ เข้ามาในจังหวัดชั้นใน แต่ที่เป็นถนนสายหลักมาตรการตรวจคัดกรองประชาชนจึงเข้มงวด 100% ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงสุ่มตรวจเฉพาะรถตู้โดยสาร หรือรถยนต์ส่วนตัวเท่านั้น เพราะหากด่านคัดกรองรถทุกคันจะทำให้การจราจรติดขัด

ส่วนขั้นตอนคัดกรองแต่ละด่าน เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกตรวจก็จะนำรถมาจอดที่จุดปลอดภัยหน้าด่าน เข้าไปสอบถามข้อมูลจากประชาชนว่าปลายทางจะเดินทางไปไหนและกลับวันไหนแล้วจดบันทึกไว้ วัดอุณหภูมิคนขับและผู้โดยสารบนรถทุกคน ตรวจสอบเอกสารการขออนุญาตเดินทาง โดยเจ้าหน้าที่ย้ำหากใครอุณหภูมิเกิน 36.7 องศาเซลเซียส ต้องถูกกักตัวทันที

ส่วนสิ่งสำคัญที่สุดที่ประชาชนต้องเตรียมตัวก่อนการเดินทางในช่วงล็อกดาวพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด คือ 1. หลักฐานการอนุญาตเดินทางจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ เพื่อเป็นใบผ่านทาง, 2. สแกนแอปพลิเคชัน ไทยชนะ ที่ด่านตรวจ และ 3. ผู้เดินทางจะต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หยุดเชื้อเพื่อชาติ เพื่อรับ QR Code มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจ ซึ่งหากทุกขั้นตอนพร้อมก็จะทำให้ไม่เสียเวลา แต่พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารขอเดินทางและไม่ลงข้อมูลในแอปพลิเคชันหยุดเชื้อเพื่อชาติ จึงทำให้เสียเวลากรอกข้อมูล

ขณะที่จังหวัดที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม และ ศบค.สั่งตั้งด่านตรวจคัดกรองการเดินทางเข้า-ออกและล็อกดาวพื้นที่ห้ามประชาชนออกจากเคหสถานตั้งแต่เวลา 21.00 - 04.00 น. คือ กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ยะลา สงขลา สมุทรปราการ และ สมุทรสาคร