สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทะลุ 3,000 คน

เริ่มที่สถานการณ์ประจำวัน ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,277 คน ในจำนวนนี้ เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 892 คน และเสียชีวิต 29 คน ทำให้ขณะนี้ บ้านเรามีผู้ป่วยสะสม อยู่ที่ 193,105 คน รักษาหายเพิ่ม5,273 คน รวมรักษาหายสะสม 150,271 คน และยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 41,403 คน

สำหรับความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในไทย ล่าสุดฉีดไปแล้วกว่า 5 ล้าน 9 แสนโดส แบ่งเป็นเข็มแรก 4 ล้าน 3 แสนคน และครบ 2 เข็มแล้ว 1 ล้าน 6 แสนคน

ส่วนประเด็นการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว และเสียชีวิตในภายหลัง ล่าสุดที่จังหวัดเชียงใหม่ ทาง ตำรวจ สภ.สันกำแพง พบ สิบตำรวจเอก อายุ 36 ปี สังกัด สภ.แม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด เสียชีวิตในห้องนอน โดยไม่ทราบสาเหตุ จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย แต่ผู้ตายมีประวัติรักษาโรคหัวใจ ที่โรงพยาบาลดารารัศมี ซึ่งทางครอบครัวและญาติ สงสัยว่าสาเหตุการเสียชีวิตนั้น น่าจะมาจากผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 เพราะทราบว่าก่อนหน้านี้ผู้ตาย ได้ไปฉีดวัคซีนโควิด-19 และกำลังจะมีนัดฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 อีกครั้ง ในวันที่ 16 มิถุนายน เบื้องต้นได้ ส่งศพมาตรวจพิสูจน์หาข้อเท็จจริง ว่าการเสียชีวิต เกิดจากการรับวัคซีนไปก่อนหน้านี้หรือไม่

ส่วนอีกกรณีที่ นายทิวา มวยดี อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นปลัด อบจ.ร้อยเอ็ด เกิดอาการช็อก หัวใจหยุดเต้นเป็นระยะ ๆ ถูกนำตัวส่งรักษาอยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลร้อยเอ็ด มาตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยระหว่างนี้ญาติพยายามจะขอนำตัวส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น แต่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้เนื่องจากช่วงที่นำขึ้นรถนั้น ผู้ป่วยเกิดอาการหัวใจหยุดเต้นต้องปั๊มหัวใจทุกครั้ง สุดท้ายญาติต้องนำกลับเข้ารับการรักษาดูอาการในห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลร้อยเอ็ด เหมือนเดิม

โดยล่าสุดเมื่อวานนี้ (12มิย.) นายทิวา ได้เสียชีวิตแล้ว พร้อมกับมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ว่า ก่อนที่ นายทิวา จะอาการป่วยโรคหัวใจจะกำเริบนั้น อาจเป็นเพราะไปรับการฉีดวัคซีน (ชิโนแวค) เข็มที่ 2 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายแพทย์ชาญชัย จันทร์ วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการตรวจร่างกายอย่างละเอียดในระหว่างที่ผู้ป่วยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล พบว่ามีรอยโรคลิ้นหัวใจ หรือ ลิ้นหัวใจแข็งตัว อยู่ก่อนแล้ว ที่เป็นสาเหตุให้หัวใจไม่สามารถปั๊มเลือดออกจากหัวใจได้เพียงพอ ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะสมองไม่ทัน ทำให้เกิดหัวใจวายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะส่งข้อมูลไปให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์อย่างละเอียด

สำหรับกรณีการเสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ทางนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ต้องมีการสอบสวนโรคอย่างละเอียด และนำข้อมูลส่งเข้าคณะกรรมการพิจารณาอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน ซึ่งที่ผ่านมา ยังไม่เคยพบสาเหตุการเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน ทั้ง 2 ยี่ห้อนี้ จึงขอประชาชนมั่นใจในวัคซีนที่รัฐบาลนำเข้ามา

ด้านอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว พบอาการไม่พึงประสงค์ ส่วนใหญ่เป็นยี่ห้อแอสตร้าเซนเนก้า และกลุ่มวัยหนุ่มสาว คนทำงาน เบื้องต้นจะมีอาการไข้ ปวดเมื่อย อาเจียน ถ่ายเหลว ซึ่งถือว่าเป็นปฏิกิริยาที่ดี มีการตอบสนองต่อวัคซีน และอาการข้างเคียงจะหายเองใน 1-3 วัน