เช้านี้ที่หมอชิต

อิสราเอลประกาศภาวะฉุกเฉิน

เช้านี้ที่หมอชิต - ผู้นำอิสราเอล ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่เมืองล็อด (Lod) หลังจากชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับก่อเหตุจลาจล ขณะที่สถานการณ์ประท้วงของชาวปาเลสไตน์รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง ชาวอิสราเอลเชื้อสายอาหรับ รวมตัวกันประท้วงที่เมืองล็อด ใกล้กับนคร เทล อาวีฟ และสถานการณ์การประท้วงบานปลายเป็นความรุนแรงเมื่อกลุ่มผู้ประท้วงขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเกิดการปะทะกันขึ้น ทำให้ตำรวจยิงระเบิดสตั๊นท์เข้าใส่ เพื่อสลายกลุ่มผู้ชุมนุม

โดยเหตุครั้งนี้ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 12 คน นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงได้จุดไฟเผาโบสถ์ของศาสนายิว และอาคารธุรกิจหลายแห่งในเมืองล็อด ด้วย จากเหตุประท้วงรุนแรงดังกล่าว ทำให้ นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่เมืองล็อด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 55 ปีที่รัฐบาลอิสราเอล ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเมืองที่มีชุมชนอาหรับอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้ ได้ส่งกำลังตำรวจตระเวนชายแดนไปที่เมืองดังกล่าว เพื่อดูแลความสงบด้วย

ส่วนที่เมืองอูม อัล-ฟาห์ม (Umm al-Fahm) ผู้ประท้วงปาเลสไตน์ปะทะกับตำรวจ ก่อนจะจับกุมไป 21 คน โดยสถานการณ์ในช่วงเช้าที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอล ออกปฏิบัติการทางอากาศกว่า 20 ครั้งในพื้นที่กาซ่า เพื่อเป็นการตอบโต้ที่กลุ่มติดอาวุธฮามาส ของปาเลสไตน์ ยิงจรวดกว่า 200 ลูกเข้าใส่นครเทล อาวีฟ และเมืองเบียร์เชบา รวมทั้งเมืองอื่น ๆ ทางภาคใต้ของอิสราเอล ซึ่งการสู้รบกันในช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้สองฝ่ายมีผู้เสียชีวิตรวมกัน 40 คน

ขณะที่นายธานี แสงรัตน์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้เปิดเผย ถึงการดูแลและช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล โดยล่าสุดเที่ยวบินพิเศษ ที่ได้จัดขึ้นเพื่อนำคนไทยในอิสราเอล 222 คน กลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในช่วงบ่ายวันนี้

โดยทุกคนที่เดินทางกลับมาในเที่ยวบินพิเศษดังกล่าว มีผลการตรวจว่าปลอดเชื้อโควิด-19 ก่อนออกเดินทาง 72 ชั่วโมง และทุกคนได้เข้ารับการกักตัวเพื่อสังเกตอาการตามหลักเกณฑ์ตามที่ทางการไทยกำหนดแล้ว

ในขณะที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงประกาศแนะนำ ขอให้คนไทยในพื้นที่ต่าง ๆ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ชุมนุม หลังจากก่อนหน้านี้มีคนไทย 1 คนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น