7HDร้อนออนไลน์

มติ คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ อนุมัติฉีดวัคซีนซิโนแวคในผู้สูงอายุ ลดค่าปรับไม่ใส่แมสก์

วันนี้ (7 พ.ค.64) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2564 โดยมี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมประชุม ขณะที่ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลาโหม มหาดไทย แรงงาน ศึกษาธิการ การต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ UHOSNET โรงพยาบาลเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผู้แทนสภาวิชาชีพและองค์กรอิสระ ร่วมประชุมในระบบทางไกล

ทั้งนี้ ที่ประชุม คกก.โรคติดต่อแห่งชาติ มี 3 ประเด็นสำคัญต่อการควบคุมโรคโควิด 19 คือ 1 กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเครือข่ายภาคเอกชน ดูแลวัยทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่อยู่ในระบบประกันสังคมจำนวนกว่า 16 ล้านคน โดยภาคเอกชนจะสนับสนุนการจัดบริการฉีดวัคซีน เช่น เพิ่มจุดให้บริการฉีดวัคซีนใน กทม. 82 แห่ง และต่างจังหวัด 300 แห่ง

เบื้องต้นจะมีการหารือในสัดส่วนของแต่ละกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับวัคซีนล็อตแรก 16 ล้านโดส ที่ได้ขยายออกไป แต่ขอให้ประชาชนใน 2 กลุ่มเป้าหมายแรก คือ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค ที่มีรายชื่อในหมอพร้อม ก็ขอให้ลงทะเบียนเพื่อจองวันฉีดวัคซีนตามความสมัครใจ ส่วนกลุ่มอื่นๆ ที่ขยายเพิ่ม เช่น กลุ่มบุคลากรทางการศึกษาที่จะเปิดเรียนในเดือน มิ.ย.64 กลุ่มเภสัชกร กลุ่มประชากรวัยแรงงาน ก็จะมีการลงทะเบียนจากหน่วยงาน ส่งรายชื่อไปยัง สธ. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)

2 เห็นชอบในหลักการแนวทางปฏิบัติการให้วัคซีนซิโนแวคในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีการวิจัยที่ประเทศจีนว่า การฉีดวัคซีนซิโนแวคในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีสุขภาพดี พบว่ามีความปลอดภัยและกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี โดยมอบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดำเนินการด้านกฎหมายต่อไปหากไม่มีข้อขัดข้องใดๆ

3 การออกกฎหมายลูก (อนุบัญญัติ) ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบปรับ กรณีไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เมื่อออกนอกเคหสถาน ซึ่งจะปรับเกณฑ์การปรับโดยมีการพิจารณาอนุโลม ยกเว้นหรือลดค่าปรับตามความเหมาะสม เพื่อมิให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายกับประชาชนจนเกินไปในยุคโควิดที่ลำบากอยู่แล้ว

แบ่งเป็นการกระทำผิดครั้งแรกปรับไม่เกิน 1,000 บาท หากมีการกระทำผิดซ้ำจะปรับตั้งแต่ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท และถ้ายังมีการกระทำผิดอีก จะปรับในหลักหมื่น แต่ไม่เกิน 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดจะต้องมีการหารือเพื่อวางโครงร่างที่ชัดเจนอีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังออกประกาศแต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อเพิ่มเติม ได้แก่ ข้าราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์ตามตำแหน่งที่กำหนด และข้าราชการตำรวจสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง