เช้านี้ที่หมอชิต

รวบชายลักพาตัวเด็ก 2 คน หลังโซเชียลแจ้งเบาะแสช่วยทัน อ้างพาไปเที่ยว

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจรวบตัวคนร้ายลักพาตัวเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ และเด็กชายอายุ 7 ขวบ จากร้านสะดวกซื้อย่านสุขุมวิทได้ หลังพลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสผ่านโซเชียล อ้างต้องการพาไปเที่ยว

นี่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าร้านสะดวกซื้อ เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะชายคนหนึ่งพาเด็กหญิงและเด็กชายขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้านสะดวกซื้อ โดยที่เด็ก 2 คนเข้าไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมานั่งกินด้วยกันหน้าร้าน ก่อนที่ชายคนนี้จะพาเด็กทั้ง 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ซึ่งภาพนี้เป็นหลักฐานที่ตำรวจและพลเมืองดีใช้ติดตามช่วยเหลือเด็ก 2 คน หลังพบว่าทั้งคู่ถูกคนร้ายลักพาตัวไปจากร้านสะดวกซื้อ ซอยสุขุมวิท 50 เมื่อคืนวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา

จากภาพจะเห็นว่ามีผู้คนเดินผ่านไปมาหน้าร้านสะดวกซื้อจำนวนมาก แต่ไม่มีใครเอะใจว่าเด็กทั้ง 2 คน ถูกลักพาตัวมา กระทั่งมีชายหญิงคู่หนึ่งหยุดพูดคุยกับเด็กทั้ง 2 คน และชายคนดังกล่าว พร้อมทั้งซื้อขนมและน้ำดื่มให้ด้วยความสงสาร คิดว่าเป็นคนเร่ร่อน

ต่อมาพลเมืองดีเห็นโพสต์ประกาศตามหาเด็ก 2 คนนี้ที่ถูกลักพาตัวมา จึงรีบกลับออกไปดู แต่ไม่พบตัวแล้ว เธอจึงรีบแจ้งเบาะแสให้กับครอบครัวเด็ก พร้อมทั้งช่วยติดตาม

ต่อมาชาวโซเชียลช่วยกันแจ้งเบาะแส ทำให้การติดตามเด็กทั้ง 2 คน ได้สำเร็จ ตำรวจและเจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงและเด็กชายได้บริเวณสนามหลวงฝั่งหน้าศาลหลักเมือง ในสภาพอิดโรย ตามร่างกายมีร่องรอยจากการถูกยุงกัด จึงรีบนำตัวส่งคืนให้พ่อและแม่ ขณะเดียวกันก็สามารถจับชายเร่ร่อนที่ก่อเหตุได้พร้อมรถจักรยานยนต์ ซึ่งครอบครัวยืนยันว่าชายคนนี้พยายามเข้ามาตีสนิทกับเด็กทั้ง 2 คน ก่อนหายตัวไป เนื่องจากมีกล้องวงจรปิดร้านสะดวกซื้อจับภาพเอาไว้ได้

จากการตรวจสอบพบว่าชายผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิต เคยเข้ารับการรักษาแต่ไม่ต่อเนื่อง ทำให้มักมีพฤติกรรมผิดปกติ โดยหญิงอายุ 72 ปี ซึ่งเป็นแม่บุญธรรมของผู้ต้องหา บอกว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายหนีออกจากบ้านไปช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากเขาไม่ชอบอยู่บ้านและชอบเร่ร่อนไปนอนตามสถานที่ต่าง ๆ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยทำร้ายใคร เมื่อถามถึงเหตุผลที่พาตัวเด็ก 2 คนไป ลูกชาย บอกว่า ตั้งใจจะพาไปเที่ยวเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายเด็ก

ล่าสุดวานนี้ (4 ม.ค.) ครอบครัวเด็กทั้ง 2 คน เดินทางไปโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำเด็กหญิงและเด็กชายไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพราะตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา อีกทั้งยังต้องตรวจสอบประเด็นที่ว่าผู้ต้องหามีอาการทางจิตจริงหรือไม่

เบื้องต้นพบประวัติชายคนดังกล่าวเคยถูกจับและต้องโทษคดียาเสพติด หลังจากสอบสวนอย่างละเอียดแล้วจึงจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนส่งตัวฝากขังในวันนี้ (5 ม.ค.)