เช้าข่าว 7 สี

พาเหรดสินค้าปรับราคา 1 ก.ค.

เช้าข่าว 7 สี - หลายคนเงินเดือนเพิ่งออกเมื่อวานนี้ ก็ต้องมาเจอกับพาเหรดสินค้าราคาแพง ที่จะเริ่มปรับราคาในวันนี้ในหลายรายการ ฉะนั้นเราจะมาอัพเดทราคาสินค้าค่าครองชีพกันหน่อยว่ามีอะไรบ้างที่แพงขึ้น เพื่อจะได้วางแผนการใช้ชีวิตกัน

พาเหรดสินค้าปรับราคา 1 ก.ค.
เริ่มจากราคาเนื้อสุกร หรือหมูหน้าเขียงตามตลาดสด ราคายังคงขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการตรวจสอบราคาขาย พบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ถึงเดือนมิถุนายนนี้ ราคาปรับขึ้นไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 10 บาทตามชิ้นส่วน ขณะที่ราคาสุกรหน้าฟาร์ม ซึ่งปกติจะประกาศราคากลางทุกๆ วันพระ ทั้งนี้ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีการประกาศราคา เพียงขอให้สมาชิกทั่วประเทศ ช่วยตรึงราคาขายไว้ไม่เกินกิโลกรัมละ 100 บาท เท่านั้น

ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาจำหน่ายหัวหมู ที่ร้านเจ๊ลือหัวหมู ย่านถนนเกาะตะเคียน ใกล้วัดเกาะตะเคียน ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมือง จังหวัดตราด  พบว่า ตอนนี้ยอดขายหัวหมู ลดลงไปกว่าครึ่ง จากปกติเคยขายหัวหมูต้มสุก วันละกว่า 100 หัว และในช่วงตรุษจีนเคยขายได้ถึงวันละ 400-500 หัว  ปัจจุบัน ขายหัวหมูได้วันละไม่ถึง 50 หัว หรือบางวัน ก็ขายได้เพียง 30-40 หัว เท่านั้น โดยราคาขายหัวหมูต้มสุกจากเดิมราคาหัวละ 350 - 400 บาท ตอนนี้ปรับราคาขึ้นมาเป็น 650 - 700 บาท สาเหตุมาจากหัวหมูดิบราคาแพงขึ้น จากปกติหัวละกว่า 200 บาท ตอนนี้ขึ้นเป็นหัวละกว่า 500 บาท   เนื่องจากฟาร์มเลี้ยงหมู บอกว่า เป็นเพราะวัตถุดิบค่าอาหารสัตว์ขึ้นราคา แถมน้ำมันค่าขนส่งยังขึ้นราคาอีก ทำให้ต้องขายหมูหน้าฟาร์มในราคาสูงขึ้น

หมูแพง แม่ค้าทำเมนูจากหมูน้อยลง
ส่วนแม่ค้าในตลาดซอยไร่รั้ง ที่ขายเมนูหมู ประเภทหมูพะโล้ หัวหมูปลีก และไส้หมู บอกว่า ต้องปรับตัวเช่นกัน จากเดิมนำหมูดิบมาปรุงสุกขายให้ลูกค้าหลายอย่าง ตอนนี้ก็เหลือเพียงอย่างเดียว เนื่องจากยอดขายลดลง ลูกค้าหายไปเยอะ แต่ก็ต้องรักษาลูกค้าขาประจำไว้ จะปรับขึ้นราคาก็ไม่ได้ และยังหวังว่าสถานการณ์ราคาหมูแพง จะลดลงมาบ้างในอนาคต

หัวหมูต้ม ตลาดโคกมะตูม ราคาเฉียด 1,000 บาท จ.พิษณุโลก
ไปที่ตลาดสดโคกมะตูม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก  ยังคงมีประชาชน ไปเลือกซื้อหัวหมูต้ม และหัวหมูพะโล จากร้านโตบริการ กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปรับประทาน และนำไปไหว้แก้บนตามความเชื่อ ในราคาตั้งแต่ 800 ถึง 950 บาท เนื่องจากเป็นร้านเก่าแก่ และมีราคาประหยัดกว่า ร้านอื่นๆ ที่ตอนนี้ราคาขายพุ่งขึ้นไปถึงหัวละ 1,100 บาทถึง 1,200 บาทแล้ว

นางทรงพล อิ่มคุ้ม เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ราคาหมูหน้าฟาร์ม ตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ อยู่ที่กิโลกรัมละ 80 กว่าบาท แต่ปัจจุบัน ราคากิโลกรัมละ 110 กว่าบาทแล้ว จึงทำให้ร้านต้องปรับขึ้นราคาจากเดิม 800 ถึง 950 บาท ขึ้นไป ตามขนาดน้ำหนัก แต่จะพยายามตรึงราคาไม่ให้เกินหัวละ 1,000 บาท เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อลูกค้ามากจนเกินไป ถึงแม้จะต้องแบกรับภาระต้นทุน ค่าก๊าซที่ใช้ในการต้มหัวหมู ครั้งละ 1 ชั่วโมงครึ่ง และจะตรึงราคานี้ไปให้ได้นานที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นราคาหมู ราคาน้ำมัน และราคาก๊าซ ต้องนำมาคำนวนต้นทุนกันใหม่อีกครั้ง

นอกจากหัวหมูที่ปรับขึ้นราคาแล้ว ยังมีเป็ดพะโล้อีก ก็ปรับขอขึ้นราคาด้วยเช่นเดียวกัน ปัจจุบันราคาขายอยู่ที่ตัวละ 370 บาท แต่ถ้าพร้อมเครื่องในด้วยจะเป็น 400 บาท

1 ก.ค.นี้  แม้แต่ "เกลือ" ก็ขึ้นราคา
นอกจากราคาเนื้อหมูที่จ่อจะปรับราคาเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีสินค้าอื่น ๆ ที่จะปรับราคาขึ้นอีกในวันนี้ เช่น ราคาก๊าซ LPG หรือก๊าซหุงต้มขนาดถังละ 15 กิโลกรัมราคาจะปรับขึ้นอีกถังละ 15 บาท เป็น 378 บาท ส่วนเครื่องปรุงรสราคาจะขยับเพิ่มขวดละ 1-2 บาท แม้แต่เกลือ ก็ขยับราคาขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 2 บาท

สอบถามไปยังสหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทย เพชรบุรี ทราบข้อมูลว่า เกลือแต่ละประเภท ซึ่งบรรจุกระสอบละ 40 กิโลกรัม ราคาปรับขึ้นเฉลี่ยกระสอบละ 20 บาท เช่น เกลือดำ ที่เกษตกร ซื้อใส่ต้นไม้ราคาเคยอยู่ที่กระสอบละ 60 บาท ล่าสุดราคาอยู่ที่กระสอบละ 80 บาท ส่วนเกลือกลางราคาจาก กระสอบละ 70 บาท ปัจจุบันขายกระสอบละ 90 บาท เกลือขาว ราคาจาก 80 บาทมาอยู่ที่กระสอบละ 100 บาท ส่วนดอกเกลือราคาปัจจุบัน ขายกิโลกรัมละ 70 บาท

นอกจากนี้อาหารปรุงสำเร็จจะทยอยปรับราคาเมนูละ 5-10 บาท โยเกิร์ตราคาเพิ่ม ขวดละ 2 บาท

ส่วนชาวกรุงเทพฯ ที่ต้องใช้เรือโดยสารคลองแสนแสบในการสัญจรเดินทาง ต้องเตรียมเงินจ่ายค่าโดยสารเพิ่มอีกระยะทางละ 1 บาท จากนั้นในวันที่ 4 กรกฎาคม กลุ่มรถโดยสาร หรือรถทัวร์ จะปรับราคาอีกกิโลเมตรละ 5 สตางค์ สาเหตุหลักก็มาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

นายวัฒนศักดิ์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ได้หารือกับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า ห้างค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ เพื่อขอความร่วมมือให้คงราคา สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ อย่าเพิ่งปรับขึ้นราคาในช่วงนี้ โดยเฉพาะข้าวสารบรรจุถุง ซึ่งเร็ว ๆ นี้ จะจัดให้มีีจุดจำหน่ายข้าวสารถุงราคาประหยัดทั่วประเทศ นอกจากนี้บรรดาห้างค้าส่งค้าปลีก  ยืนยันจะให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ จัดโพรโมชันอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน โดยกรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือตรึงอัตราค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ไว้ก่อน

ขณะที่ภาพรวมการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นเฉลี่ย 10-20% โดยเฉพาะตามแหล่งที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือมีนักท่องเที่ยวพักอาศัย จะมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 40-50%

ด้าน นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา ผู้บริหารบริษัทในเครือสหพัฒน์ฯ เปิดเผยถึง ต้นทุนผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปว่า มีต้นทุนขยับไปเกินกว่า 10% แล้ว ทำให้ไม่มั่นใจเหมือนกันว่า จะแบกรับภาระต้นทุนต่อไปได้นานแค่ไหน และยังคงเดินหน้าขออนุญาตปรับขึ้นราคาสินค้าจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งนอกจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ต้นทุนผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ซักล้าง ถือเป็นอีกกลุ่มที่ขอปรับขึ้นราคาเช่นเดียวกัน ย้ำว่ายังไม่พบการกักตุนสินค้า ปัญหาอาจจะมาจากประชาชนเองก็ขาดสภาพคล่อง