เช้าข่าว 7 สี

อัจฉริยะ ลงเรือจำลองภาพถ่าย แตงโม - กระติก

เช้าข่าว 7 สี - นายอัจฉริยะ ที่เชื่อว่าคดีนี้มีเงื่อนงำการเสียชีวิต ยังคงเดินหน้าหาความจริงด้วยการไปลงเรือจำลองภาพถ่าย แตงโม และกระติก บริเวณฝั่งตรงข้ามสะพานพระราม 8 และเตรียมประสานหาอาวุธมีดในแม่น้ำเจ้าพระยาต่อในสัปดาห์หน้า

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมผู้เชี่ยวชาญของชมรมฯ ไปลงเรือสปีดโบต ที่ท่าเรือเทเวศน์ แขวงสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปทางใต้สะพานพระราม 8 เพื่อถ่ายภาพตัวอย่างมาเปรียบเทียบกับรูปภาพ 3 ภาพ ประกอบด้วยภาพถ่ายคู่กันของ นางสาวอิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ กระติก และ นางสาวภัทรธิดา พัชรวีระพงศ์ หรือ แตงโม นิดา ที่บอกว่าถ่ายในวันเกิดเหตุ ก่อน แตงโม ตกเรือ ภาพเดี่ยวของกระติก และภาพถ่ายเดี่ยวของสื่อมวลชน ตามที่ได้ตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการแก้ไขตัดต่อรูปหรือไม่

หลังใช้เวลาอยู่นานกว่า 30 นาที นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ ผู้เชี่ยวชาญดูแล้วว่า ไม่ง่ายต่อการนำไปตัดต่อ เพราะเมื่อเทียบไทม์ไลน์จีพีเอสเรือ เป็นไปไม่ได้ที่จะย้อนกลับมาถ่ายรูปดังกล่าวได้ จึงอาจทำได้เพียงการแก้ไขเวลาในรูปถ่ายที่เป็นภาพเดี่ยวของกระติก

โดยสัปดาห์หน้า จะประสานผู้เชี่ยวชาญใช้โดรนใต้น้ำสแกนหาอาวุธมีดที่เชื่อว่าถูกใช้ในการทำร้าย แตงโม ซึ่งจะตามหาตั้งแต่สะพานซังฮี๊ ถึงสะพานพระราม 8 คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 วัน เมื่อได้มาแล้วก็จะนำไปตรวจหา DNA เพื่อยืนยันอีกครั้ง

ส่วนกรณีที่ยกเลิกนำพยาน 2 ปาก เข้าให้ปากคำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพราะเห็นว่าที่ผ่านมา DSI ไม่เคยประสานทางชมรมฯ เพื่อขอนัดหมายเรียกสอบพยาน อีกทั้งเมื่อโทรศัพท์ไปติดตามความคืบหน้าคดีก็ไม่เคยรับสาย ทำให้เชื่อว่าดีเอสไอ ไม่อยากทำคดีนี้

สำหรับกรณีที่มีคนใช้เฟซบุ๊กแตงโม เผยแพร่ภาพในมือถือของ แตงโม นั้น แม้แม่แตงโม ระบุเองว่า มีคนรู้บัญชีและรหัสไอคลาวน์ของแตงโม เพียง 3 คนเท่านั้น คือ กระติก แอนนา และบุคคลอีกคน แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าคนที่เล่นเฟซบุ๊ก แตงโม อาจไม่ใช่ 3 คนนี้ก็ได้ โดยส่วนตัวเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีบัญชีและรหัสผ่านตอนที่มีการกู้ข้อมูลมือถือแตงโม และต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้แตงโม

ซึ่งเมื่อพูดถึงเรื่องการเผยแพร่ภาพลับของแตงโม เมื่อวานนี้ก็มีความเคลื่อนไหวจากฝั่งของ นางสาวอิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ กระติก ด้วย ที่ตัดสินใจนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ให้เอาผิดผู้ที่โพสต์ภาพ และข้อความกล่าวหาตัวเอง และคนบนเรือสปีดโบต และขอให้ตำรวจสืบสวนหาตัวบุคคลปริศนา ที่วิดีโอคอลมาหาตนเองและส่งภาพลับของแตงโมมาให้ โดยใช้เวลาให้ปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนรีบเดินทางไปร่วมงานฌาปนกิจศพแตงโม นิดา

พลตำรวจโทกรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่เข้าร่วมสอบปากคำผู้เสียหาย เปิดเผยว่า กระติก มาแจ้งความดำเนินคดีผู้ที่นำภาพตัวเองไปเผยแพร่บนเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นคนละคดีกับคดีหลักที่อยู่ในความรับผิดชอบของอัยการ จังหวัดนนทบุรี เบื้องต้นได้มอบหมายให้ตำรวจ สอท.1 เป็นผู้ตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือไม่ ซึ่งจะตรวจสอบไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

สำหรับกรณีของ นางภนิดา แม่แตงโม เนื่องจากพบว่ายังไม่มาแจ้งความ จึงยังไม่ได้เชิญมาสอบปากคำ เว้นแต่เจ้าตัวต้องการให้ตำรวจตรวจสอบก็สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์ได้