ห้องข่าววาไรตี้

คุมเข้มมาตรฐาน การจุดบั้งไฟในงานประเพณี จ.กาฬสินธุ์

ห้องข่าววาไรตี้ - ประเพณีบุญบั้งไฟของชาวอีสาน ถูกยกเลิกห้ามจัดมานานกว่า 2 ปี เพราะสถานการณ์โควิด-19 แต่ปีนี้แต่ละจังหวัดอนุญาตให้ชาวบ้านจัดงานบุญบั้งไฟได้ในช่วงเวลา 1 เดือน เพื่อสืบสานประเพณีได้ โดยผู้จัดงานต้องคุมเข้มมาตรฐานการจุดบั้งไฟ ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น  ติดตามจากรายงานของคุณชนะชัย แก้วผาง 

ก่อนบั้งไฟจะทะยานขึ้นฟ้า ในงานประเพณีบุญบั้งไฟบ้านหนองห้าง อำเภอกุฉินรายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ คณะกรรมการจะตรวจสอบความปลอดภัยโดยรอบบริเวณฐานจุดบั้งไฟ พร้อมแจ้งเตือนให้ทุกคนออกห่างอย่างน้อย 50 เมตร เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ก่อนจุดบั้งไฟแต่ละบั้ง โดยเฉพาะบั้งไฟขนาดใหญ่อย่างบั้งไฟแสน และบั้งไฟล้าน คณะกรรมการจะมีสัญญาณแจ้งเตือนเป็นธงสีแดง และธงสีเขียว หากพร้อมจุดจะให้สัญญาณธงสีเขียว นั่นหมายความว่าพิธีกรจะต้องประกาศให้ทุกคนออกห่างจากฐานตามกำหนด ดังนั้นหากใครไปร่วมดูบั้งไฟก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเข้มงวด

ทันทีที่บั้งไฟทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า คณะกรรมการอย่างน้อย 5 คน จะใช้กล้องส่องทางไกลตรวจสอบไม่ให้คาดสายตา นอกจากจะส่องเพื่อจับเวลาแข่งขัน แต่ยังช่วยตรวจทิศทางจุดตกของบั้งไฟว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่

นั่นเป็นเพียงขั้นตอนการเฝ้าระวังหลังจุดบั้งไฟไปแล้ว แต่บั้งไฟจะปลอดภัยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการผลิตบั้งไฟของแต่ละค่าย เพราะหากบั้งไฟของพวกเขาแตกระเบิดคาฐาน นอกจากเป็นอันตราย ก็จะทำให้ลูกค้าไม่เชื่อมั่น ดังนั้นทุกขั้นตอนการทำบั้งไฟจนถึงขั้นตอนการจุดจึงต้องละเอียด ไม่ประมาท 

ช่างทำบั้งไฟของค่ายแอ๊ดเทวดา จากจังหวัดยโสธร ในวัย 70 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญการทำบั้งไฟมานานกว่า 50 ปี เปิดเผยว่า การป้องกันอันตรายจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต และก่อนนำบั้งไฟขึ้นฐานจุดก็จำเป็นต้องตรวจสอบจนมั่นใจว่าบั้งไฟจะไม่เกิดอันตราย  

ปัจจุบันค่ายบั้งไฟส่วนใหญ่จะใช้ท่อพีวีซี ทำบั้งไฟ เพื่อลดความรุนแรง เพราะในอดีตเคยใช้ท่อเหล็ก และเป็นอันตรายอย่างมาก ที่สำคัญหากเป็นท่อพีวีซี เมื่อบั้งไฟเกิดการเผาไหม้บนท้องฟ้า ก่อนตกสู่พื้นก็สามารถลดความอันตรายได้