สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ไขข้อข้องใจ คดีสิบตำรวตรี ชนแพทย์หญิง เสียชีวิต

สนามข่าว 7 สี - หลังเกิดกระแสและประเด็นที่คนสงสัยจำนวนมาก คดีสิบตำรวตรีขี่รถจักรยานยนต์ชนคุณหมอกระต่ายเสียชีวิต ตำรวจนครบาลจึงต้องออกมาแถลงชี้แจงแบบละเอียดยิบ เพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัยไปมากกว่านี้ ไปลงสนามข่าวเรื่องนี้กับคุณพิธพงษ์ จตุรพิธพร

หลังจากข่าวอุบัติเหตุของแพทย์หญิงวราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย ที่ถูก สิบตำรวจตรี นรวิชญ์ บัวดก ตำรวจกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนตรงทางม้าลายถนนพญาไท จนคุณหมอได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งในชั่วโมงแรกหลังข่าวนี้ออกไป กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ออกใบแถลงข่าวมา 1 ใบ จนเวลาผ่านไปกว่า 24 ชั่วโมง โลกออนไลน์มีการขุดขุ้ยตั้งประเด็นเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย จริงบ้างเท็จบ้าง จนเกิดกระแสตีกลับไปถึงตำรวจผู้ก่อเหตุ และภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กองบัญชาการตำรวจนครบาล จึงเตรียมข้อมูลและแถลงข่าวชี้แจงเรื่องราวทั้งหมด เริ่มจากประเด็นรถจักรยานยนต์ที่เกิดเหตุ มีการเผยแพร่ว่าเป็นรถของกลางในคดี แต่จากการตรวจสอบพบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว มาจากการซื้อมือสอง เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ในราคา 113,000 บาท เป็นการโอนลอยจากคนขายที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงราย ไม่ได้เป็นรถของกลางในคดีแต่อย่างใด แต่ประเด็นว่า ทำไมไม่ติดป้ายทะเบียน สิบตำรวจตรียังไม่ตอบเรื่องนี้

ส่วนเรื่องการแจ้งที่เกี่ยวกับคดีนี้ 5 ข้อหา ที่บางคนบอกว่าน้อยไป ล่าสุดพนักงานสอบสวนก็ได้แจ้งข้อหาเพิ่มอีก 2 ข้อหา รวมเป็น 7 ข้อหา ซึ่ง สิบตำรวจตรี นรวิชญ์ รับสารภาพทั้งหมดทุกข้อหา ทั้งใหม่และเก่า

ส่วนที่โลกออนไลน์ตั้งประเด็นว่า การนัดส่งฟ้องพนักงานอัยการในวันที่ 9 มีนาคม ช้าไป เหมือนช่วยเหลือกัน ยืนยันว่าการส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการเป็นการนัดล่วงหน้า หากดำเนินการแล้วเสร็จได้ก่อนเวลา ก็สามารถเรียกตัวมาดำเนินการส่งฟ้องก่อนวันนัดหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบขณะนี้คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้นเป็นวันที่ 11  กุมภาพันธ์นี้แทน เพราะคดีมีการดำเนินการตรวจสอบไปแล้ว

ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุด คือ การที่ตำรวจ สน.พญาไท ที่ดูคดีนี้ นำเอกสารของคุณหมอไปเก็บไว้ จนญาติและเพื่อน ๆ ไม่ทราบว่าคุณหมอประสบเหตุ เกรงว่าคุณหมอจะกลายเป็นศพนิรนาม เพราะไม่มีใครทราบว่าเป็นใครนานกว่า 2 ชั่วโมง เรื่องนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลชี้แจงพร้อมไทม์ไลน์อย่างละเอียดว่า เป็นการนำไปเพื่อติดต่อหาญาติของคนเจ็บ ซึ่งตำรวจมีหน้าที่การติดตามญาติของผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตอยู่แล้ว ซึ่งหลังได้รับทรัพย์สินของผู้บาดเจ็บจากพลเมืองดีตอนเกือบ 16.00 น. ก็นำกลับมาตรวจสอบหาญาติของผู้บาดเจ็บที่ สน. แต่ไม่สามารถหาช่องทางติดต่อได้ เพราะโทรศัพท์ล็อก ต่อมามีสายโทรเข้าจากนางสาวเฟิร์น เพื่อนของผู้บาดเจ็บ ตำรวจจึงแจ้งเรื่องอุบัติเหตุ และโรงพยาบาลที่นำส่ง พร้อมขอให้ติดต่อญาติ แต่นางสาวเฟิร์นติดต่อญาติไม่ได้ จนกระทั้งเกือบ 17.00 น. อาจารย์หมอของผู้บาดเจ็บติดต่อมา และยืนยันตัวบุคคลได้ ตำรวจจึงประสานนำทรัพย์สินไปส่งคืนที่โรงพยาบาล ก่อนที่ตำรวจจะได้รับการยืนยันจากโรงพยาบาลว่าคุณหมอเสียชีวิต ในช่วง 20.00 น.

จากเหตุการณ์ทั้งหมดยืนยันว่าไม่ได้มีการปล่อยให้เป็นศพนิรนาม พยายามจนสามารถสื่อสารกับครอบครัวหรือเพื่อนของคุณหมอได้

สำหรับคดีที่เกิดขึ้น กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถือว่าการเกิดเหตุครั้งนี้คือความสูญเสียต่อทั้งของครอบครัว ประชาชน และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะตัวคุณหมอเองก็เป็นแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจด้วยเช่นกัน การที่สูญเสียบุคคลากรคุณภาพถือเป็นเรื่องใหญ่ และยืนยันว่าทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือผู้ก่อเหตุ แม้ว่าจะเป็นตำรวจด้วยกันก็ตาม