ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ถอดบทเรียนปัญหาบ้านนกนางแอ่นและกฎหมายไทย

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 ยังอยู่ที่เรื่อง ธุรกิจรังนกอีแอ่น วันนี้ลงลึกไปถึงปัญหาความล่าช้าของระเบียบกฎหมายในเชิงโครงสร้าง ที่นอกจากจะทำให้ข้อพิพาทและความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับผู้ประกอบการไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว อีกด้านหนึ่งยังทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสทางเศรษฐกิจอีกด้วย ติดตามกับคุณสุธาทิพย์ ผาสุข

ความพยายามในการผลักดันกฎหมายบ้านรังนก ให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการส่งออกรังนกไปต่างประเทศ เพื่อกอบโกยรายได้เข้าประเทศ ทำให้มีการแก้ไขกฎหมายโดยการออกพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 อนุญาตให้ผู้เลี้ยงรังนกบ้านสามารถครอบครองรังนกและเก็บรังนกที่เลี้ยงไว้มาขายได้ แต่ผ่านมาเกือบ 3 ปีแล้ว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีบ้านรังนกใดที่สามารถขึ้นทะเบียนได้ตามกฎหมาย

สาเหตุเพราะยังมีกฎหมายอีก 3 ฉบับ ที่เกี่ยวข้อง คือ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522, พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2561 และ พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.2562 ที่ควบคุมการสร้างบ้านรังนกแอ่นกินรัง ให้ยังไม่สามารถทำได้ การอนุญาตขึ้นทะเบียนได้ตามกฎหมายจะต้องได้รับอนุญาตจาก 3 ฉบับนี้ก่อน เพื่อให้ได้มาตรฐานเดียวกัน และด้วยเหตุนี้ ทำให้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับผู้ประกอบการหลายพื้นที่ยังเรื้อรังไม่ได้รับการคลี่คลาย

ข้อมูลจากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้ทำบ้านรังนกกว่า 17,000 ราย กระจายอยู่ 62 จังหวัด

ปัจจุบันประเทศไทยสามารถส่งออกรังนกได้เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย มีการประเมินมูลค่าของตลาดรังนกดิบในประเทศไทย อาจสูงราว 20,000-30,000 ล้านบาท และน่าจะสูงกว่าเป็นเท่าตัว หากมีการเร่งรัดออกข้อบัญญัติและระเบียบมารองรับเนื้อหาในมาตรา 14 ของพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 

ที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทราบถึงปัญหาและข้อบกพร่องดังกล่าว มีการเชิญตัวแทนผู้ประกอบการธุรกิจรังนกแอ่นมาพูดคุยหารือ และทำประชาพิจารณ์ร่างกฎหมายลูก เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งเดิมทีคาดว่าประมาณกลางปี 2564 ระเบียบร่างจะแล้วเสร็จ แต่จนถึงขณะนี้ ปี 2565 ยังคงไม่ได้ข้อสรุป และกลายปัญหาคาราคาซัง ที่ทุกภาคส่วนต่างก็รับทราบ

รายละเอียดอนุบัญญัติ ตามมาตรา 14 ที่เกี่ยวข้องกับนกแอ่นบ้าน คือความท้าทายของรัฐที่จะทำอย่างไร ให้แนวทางการดำเนินงานการประกอบกิจการบ้านนกแอ่นกินรังเป็นกิจการ ไม่ขัดกับข้อบัญญัติ และเงื่อนไขต่าง ๆ ของกฎหมายอื่น ๆ และมีผลบังคับใช้ทันต่อสถานการณ์