สนามข่าว 7 สี

เมาแล้วขับ ชนแล้วหนี สุดท้ายไม่รอด จ.เชียงใหม่

คนขับรถ 6 ล้อ เมาแล้วขับ เฉี่ยวชนรถแท็กซี่ ก่อนจะขับหลบหนีไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร แต่คนขับรถแท็กซี่ก็ไม่ยอม ขับไล่ตามมาจนเจอตัว โดยเจ้าตัวบอกว่า ตนเองไม่ได้ทำผิด

นี่เป็นคลิปเหตุการณ์ ขณะที่รถบรรทุก 6 ล้อ ที่บรรทุกรถแบ็กโฮมาด้านท้ายรถ ขับส่ายไปส่ายมาบนถนน ก่อนจะไปเฉี่ยวชนรถแท็กซี่ เหตุเกิดบนถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ขาเข้าเมืองเชียงใหม่ ในอำเภอสันป่าตอง แต่คนขับไม่ยอมหยุดรถเจรจา แถมยังขับรถหลบหนีไปเรื่อย ๆ คนขับรถแท็กซี่ก็ไม่ยอม ได้ขับรถไล่ตามรถบรรทุกคันดังกล่าวมาเป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร

กระทั่งรถคันนี้มาจอดอยู่ที่หน้าบ้านของเจ้าของรถ ที่บ้านห้วยทราย ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีตำรวจสายตรวจจาก 3 โรงพัก รวมทั้งรถแท็กซี่คู่กรณี (ทั้งจาก สภ.หางดง สภ.เมืองเชียงใหม่ และ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์) ไล่ตามมาถึงจุดเกิดเหตุ ชายคนขับรถบรรทุกก็ลงมาจากรถด้วยอาการเมา แถมยังเอะอะโวยวายเสียงดัง บอกด้วยว่า ตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายผิด

จากการตรวจสอบคนขับรถบรรทุก พบว่าเป็นชายอายุ 51 ปี ชาวไทใหญ่ ส่วนคนขับรถแท็กซี่คู่กรณี คือ นายวัชรพงษ์ งามดี อายุ 55 ปี โดยสภาพรถถูกเฉี่ยวชนบริเวณด้านท้ายรถฝั่งคนขับ จนเป็นรอยครูดขนาดใหญ่ และขณะเกิดเหตุก็มีนักท่องเที่ยวชาวกรุงเทพฯ ที่เหมารถแท็กซี่คันนี้เดินทางมานั่งอยู่ด้วย

คนขับรถแท็กซี่ให้การเบื้องต้นว่า ขณะกำลังจอดรถหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งเพื่อส่งผู้โดยสาร จู่ ๆ รถบรรทุกคันนี้ก็ขับมาเฉี่ยวท้ายรถแล้วก็ขับหนีไป ตนเองจึงขับรถตามมา พอมาเจอตัวคู่กรณีกลับส่งเสียงด่ากราดไปทั่ว ตอนแรกก็ไม่ได้ติดใจอะไร ว่าจะไม่เอาความ แต่พอมาเจอแบบนี้ก็จะขอดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด 

ขณะที่ ผู้โดยสารในรถก็ยืนยันว่า รถถูกเฉี่ยวชนจริง โดยระหว่างทางที่ขับตามมา พยายามไปจอดรถดักหน้าขณะติดไฟแดงเพื่อจะลงไปเจรจา แต่พอเดินไปหา คนขับกลับเร่งเครื่องหนีไปหน้าตาเฉย แถมยังตะโกนบอกว่า "ใครขวางจะชน เพราะตนเองไม่ผิด"

โดยระหว่างตำรวจชุดสายตรวจกำลังเจรจา ชายคนขับรถบรรทุกกลับไม่ให้ความร่วมมือ ทั้งขึ้นเสียง และขัดขืนตำรวจ จึงเกิดเหตุชุลมุนกันขึ้น ตำรวจต้องจับชายคนดังกล่าวใส่กุญแจมือ และพาตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.สันป่าตอง และจะตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายด้วย หากพบว่าปริมาณเกินที่กฎหมายกำหนด ก็จะมีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป