สนามข่าว 7 สี

ตำรวจไซเบอร์ ประสานสหรัฐฯ ตามเบาะแสแฮ็กเกอร์

ตำรวจไซเบอร์ ยังคงเดินหน้าเร่งติดตามเบาะแส เพื่อจับกุมแฮ็กเกอร์ที่ดูดเงินในบัญชีบัตรเครดิตและบัตรเดบิต โดยเบื้องต้นได้ประสานไปยังหน่วยงาน United States Secret Service แล้ว เพื่อให้ช่วยประสานไปยังบริษัท Google และ Apple ซึ่งเป็นผู้ให้บริการกลางในการตัดเงิน

พลตำรวจตรี นิเวศน์ อาภาวศิน ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวคนร้ายที่อยู่เบื้องหลังการดูดเงินออกจากบัญชีธนาคาร บัตรเดบิต และบัตรเครดิตของผู้เสียหาย ว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากตัวแทนธนาคาร และผู้แทนศูนย์ประสานงานรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางสารสนเทศ ทำให้ทราบว่า การทำธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยเฉพาะการตัดเงินเพื่อซื้อไอเทมในเกม ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามิจฉาชีพจะเลือกสร้างบัญชีเกมที่เป็นที่นิยมในหมู่เยาวชนและวัยรุ่น จากนั้น จะนำเลขบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปซื้อไอเทมในเกมที่เป็นที่ต้องการ เช่นอาวุธต่าง ๆ แล้วนำไปขายต่อในราคาถูกกว่าที่บริษัทฯ เกมขาย ซึ่งเมื่อผู้เสียหายมีการทักท้วงยอดไปยังผู้ให้บริการเกม ก็ทำให้บริษัทเกมตกเป็นผู้เสียหายเช่นกัน เพราะต้องคืนเงินดังกล่าวให้กับผู้เสียหาย

เบื้องต้น ทางตำรวจไซเบอร์ ได้ประสานไปยังหน่วยงาน United States Secret Service หรือ USSS สังกัดกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ของสหรัฐอเมริกา ที่มีสำนักงานย่อยในประเทศไทย ให้ช่วยประสานความร่วมมือไปยัง Google และ Apple ซึ่งเป็นผู้ให้บริการกลางในการตัดเงิน เพื่อขอข้อมูลกับบริษัทเกม ในส่วนบัญชีเกมที่มีการทำธุรกรรมผิดปกติ ใช้ในการติดตามร่องรอยและเบาะแสของมิจฉาชีพในต่างประเทศอีกทางหนึ่ง

ในส่วนของผู้เสียหายที่ถูกแฮ็กบัญชีนำไปซื้อโฆษณาในเว็บไซต์พนันออนไลน์ เว็บไซต์ดูหนังเถื่อน และเว็บไซต์ผิดกฎหมายต่าง ๆ ตรวจพบว่ามีทั้งโฆษณาของเว็บไซต์ไทย และเว็บไซต์ต่างประเทศ ซึ่งแม้ว่าเว็บไซต์จะเป็นภาษาไทย แต่ก็มีอุปสรรคในการติดตามตัวเจ้าของเว็บไซต์เหล่านี้ เพราะส่วนใหญ่มีเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ ซึ่งหากประเทศต้นทางไม่ให้ความร่วมมือ ก็เป็นการยากที่จะได้เบาะแสจากเว็บไซต์สีเทาเหล่านี้

ส่วนต้นทางการหลุดของข้อมูลบัตรเครดิต และบัตรเดบิต ในประเทศไทยนั้น ตำรวจไซเบอร์ ได้แบ่งทีมเพื่อรวบรวมข้อมูลการใช้งานของลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อ ว่ามีการนำไปใช้ในสถานที่ใดบ้าง เช่น สถานบริการ ร้านอาหาร หรือ ปั๊มน้ำมัน ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ เนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก