สนามข่าว 7 สี

รวบมือยิงแสกหน้าชายอายุ 28 ปี ปมเหตุไม่พอใจยิงปืนข่มขู่เพื่อน

ตำรวจจังหวัดเลย รวบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุสังหารโหด จ่อยิงแสกหน้าชายอายุ 28 ปี เสียชีวิตริมถนน สาเหตุเป็นเพราะไม่พอใจที่ผู้เสียชีวิตไปยิงปืนข่มขู่เพื่อน

จากกรณีที่ไปพบศพ นายทนงศักดิ์ วินากรณ์ อายุ 28 ปี ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม สภาพศพถูกอาวุธปืนยิงแสกหน้า เสียชีวิตอยู่บนถนนทางเข้าสวนยางพารา ในพื้นที่ตำบลชุมเจริญ อำเภอปากชม จังหวัดเลย โดยมีผู้ไปพบศพในช่วงเช้าของวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

ตำรวจ สภ.เชียงกลม ลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมสอบปากคำพยานแวดล้อมทันที โดยชายอายุ 24 ปี ให้การว่า คืนวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 22.30 น. ขณะตนเองกำลังกรีดยางในสวนอยู่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด คาดว่าจุดที่ยิง น่าจะอยู่ห่างไปประมาณ 100 เมตร แต่หลังจากนั้นอีกไม่นาน ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด รวมเป็น 2 นัด เมื่อมองไปเห็นรถกระบะของนายทนงศักดิ์ ผู้เสียชีวิต จอดและเปิดไฟหน้ารถอยู่ แต่ไม่ได้เดินเข้าไปดู ส่วนเสียงปืนที่ได้ยินก็คิดว่าอาจเป็นเสียงปืนของชาวบ้านที่มาหากบ และเขียดในสวน กระทั่งวันรุ่งขึ้น (19 ก.ย.) จึงมาทราบว่านายทนงศักดิ์ถูกยิงเสียชีวิต

ขณะที่ แม่ของผู้เสียชีวิต เล่าว่า เดิมลูกชายมีอาชีพขายลอตเตอรี่ที่จังหวัดภูเก็ต ต่อมาเริ่มมีพฤติกรรมติดยาเสพติด กระทั่งกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดเลยได้ 6 เดือน ทั้งยังเคยบอกกับแม่ว่ามีปัญหาชายคนหนึ่งที่ชื่อ "นายแต๊ก" และเพื่อนชาว สปป.ลาว ที่เคยมาทวงเงินค่ายาบ้า ถึงขั้นข่มขู่จะฆ่า

กระทั่งช่วงบ่ายวานนี้ (20 ก.ย.) ตำรวจสภ.เชียงกลม ได้นำตัวนายวิทยา ผาลี อายุ 36 ปี หรือ "นายแต๊ก" มาเค้นสอบ กระทั่ง นายวิทยา ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือยิงนายทนงศักดิ์ จนเสียชีวิตจริง ก่อนจะควบคุมตัวไปค้นหาอาวุธปืนที่ก่อเหตุ และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุได้นั่งคุยกัยเพื่อนชาว สปป.ลาว 2 คน ในกระท่อม ใกล้กับสวนยางพาราของนายทนงศักดิ์ ระหว่างนั้นได้นำปืนแบบไทยประดิษฐ์ออกมาทำความสะอาด และทดลองยิงไป 1 นัด แต่นายทนงศักดิ์ได้ยินเสียงปืนก็เข้าใจว่าถูกยิงข่มขู่ ระหว่างทางที่นายทนงศักดิ์ ขับรถกระบะกลับบ้าน ได้มาพบเพื่อนชาว สปป.ลาว ระหว่างทาง  และ นายทนงศักดิ์ ได้ชักอาวุธปืนยิงข่มขู่ไป 1 นัด ก่อนที่เพื่อนชาว สปป.ลาว จะขี่รถจักรยานยนต์มาบอกว่าถูกนายทนงศักดิ์ ยิงข่มขู่ ด้วยความโมโห จึงขี่รถจักรยานยนต์ไปดักรอ พอนายทนงศักดิ์ขับรถผ่าน จึงเรียกให้ลงมาเคลียร์ปัญหากัน แต่นายทนงศักดิ์กลับใช้อาวุธปืนยาวที่พกมาด้วยทำร้ายก่อน จึงเกิดการต่อสู้กัน เป็นนายทนงศักดิ์ที่พลาดท่า ผู้ต้องหาจึงชักอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 ที่พกมาด้วย จ่อยิงกลางหน้าผากจนล้มลง แล้วหลบหนีไป จากนั้นได้นำอาวุธปืนใส่แกลลอนน้ำมัน ไปทิ้งน้ำห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร ส่วนอาวุธปืนแก๊ปที่อ้างว่าผู้เสียชีวิตนำติดตัวมาด้วยหายไป หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ได้คุมตัวดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ข้อหาตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และเสพยาเสพติด

ขณะที่บรรยากาศงานศพผู้เสียชีวิตเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งแม่ของผู้เสียชีวิตขอให้ผู้ต้องหามากราบขอขมาศพ