สนามข่าว 7 สี

สถิติชี้ชัด! ปีศาจแดงเบอร์ 7 ไม่ขลัง หลังหมดยุค คริสเตียโน โรนัลโด

ย้ายกลับมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง สำหรับ คริสเตียโน โรนัลโด ถือเป็นการหวนคืนสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังย้ายไปเรอัล มาดริด ในปี 2009 ด้วยค่าตัวสถิติโลกกว่า 80 ล้านปอนด์

โดยการคัมแบ็กครั้งนี้ สร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนัง รวมถึงกับแฟนบอลของพลพรรค "ปีศาจแดง" เป็นอย่างมาก เพราะอย่าลืมว่า "CR7" เป็นนักเตะที่มีอิทธิพลสูงมาก ทั้งผลงานในสนาม และเรื่องของการตลาด

แน่นอนว่า สิ่งที่หลายคนอยากรู้คือ โรนัลโด จะกลับมาสวมเสื้อหมายเลขอะไร จะใช่เบอร์ 7 เหมือนในอดีตหรือไม่ เพราะเบอร์ 7 ถือเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อคือ นักเตะที่เข้ามาสวมเสื้อเบอร์ 7 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ย้ายออกจากทืมไป ส่วนใหญ่ทำผลงานได้ไม่ค่อยประทับใจ

ซึ่งการค้าแข้งช่วงแรกของโรนัลโด้ เจ้าตัวยิงประตูให้ปีศาจแดง 118 ลูก รวมทุกรายการ

ขณะที่เจ้าของเสื้อเบอร์ 7 จำนวน 6 คน หลังจากยุคโรนัลโด้ สามารถยิงประตูรวมกันได้แค่ 51 ลูกเท่านั้น

ไมเคิล โอเว่น (52 เกม 17 ประตู) ย้ายร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงปี 2009  นอกจากผลงานการยิงประตูชัย ในเกมที่เปิดบ้านเอาชนะคู่ปรับร่วมเมือง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบสุดมันส์ 4-3 บวกแชมป์พรีเมียร์ลีก กับลีก คัพ อย่างละสมัย โอเว่น ก็ไม่มีผลงานที่น่าจดจำสักเท่าไหร่

อันโตนิโอ วาเลนเซีย (40 เกม 1 ประตู) เริ่มต้นด้วยการสวมเสื้อหมายเลข 25 ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นเบอร์ 7 ในช่วงฤดูกาล 2012-13 อย่างไรก็ตาม ดาวเตะทีมชาติเอกวาดอร์ สวมเสื้อหมายเลข 7 และยิงประตูให้ทีมเพียงแค่ 1 ลูกเท่านั้น ก่อนที่ความกดดัน ทำให้เขาตัดสินใจกลับไปใช้เบอร์ 25 ในฤดูกาลต่อมา

อังเคล ดิ มาเรีย (32 เกม 4 ประตู) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมทุ่มเงินกว่า 60 ล้านปอนด์ ดึงดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่า รายนี้มาร่วมทีมจากเรอัล มาดริด และได้รับเสื้อหมายเลข 7 ไปครอง ทว่าผลสุดท้าย เขากลับยิงประตูให้ทีมเพียง 4 ลูก รวมทุกรายการ ก่อนที่จะมีปัญหากับผู้จัดการทีมอย่างหลุยส์ ฟาน กัล จนต้องบีบสโมสรให้ปล่อยตัวไปยังเปแอสเช

เมมฟิส เดปาย (53 เกม 7 ประตู) สร้างชื่อจนโด่งดังกับพีเอสวี แต่ไม่สามารถแบกรับความกดดันของเสื้อหมายเลข 7 ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะฤดูกาล 2016-17 เขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 4 เกมเท่านั้น และใช้เวลาในสนามรวมเพียง 20 นาที จากผลงานยิงไป 7 ประตู ทำให้ถูกปล่อยตัวให้กับโอลิมปิก ลียง ในตลาดซื้อขายหน้าหนาวเดือนมกราคม 2017

อเล็กซิส ซานเชซ (45 เกม 5 ประตู) เดือนมกราคม 2018 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัวอเล็กซิส มาจากอาร์เซน่อล นอกจากค่าเหนื่อยมหาศาล เขายังได้รับเสื้อหมายเลข 7 ไปสวมใส่ ผลสุดท้าย ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่สามารถต้านทานอาถรรพ์ของเสื้อหมายเลขนี้ได้สำเร็จ โดยลงสนาม 45 เกม รวมทุกรายการ ผลิตสกอร์ได้อย่างน้อยนิดแค่ 5 ประตู จนต้องโบกมือลา "โรงละครแห่งความผัน" อีกคน

เอดินสัน คาวานี (39 เกม 17 ประตู) ย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ถือเป็นดาวเตะหมายเลข 7 ที่ถือว่าโชว์ฟอร์มได้ดีที่สุด ตั้งแต่หมดยุคของโรนัลโด้ ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยิงคม และใช้โอกาสไม่เปลือง ทำให้เขายิงไป 17 ประตูรวมทุกรายการ น่าสนใจว่า เขาจะโยกไปใส่เบอร์ 21 เหมือนในทีมชาติอุรุกวัย เพื่อเปิดทางให้โรนัลโด้ กลับมาสวมเบอร์ 7 อีกครั้งหรือไม่