เช้าข่าว 7 สี

ศาลยุติธรรมประณามผู้ชุมนุมข่มขู่ผู้พิพากษา

สำนักงานศาลยุติธรรม ออกแถลงการณ์ประณามพฤติกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมรีเด็ม ที่ชุมนุมหน้าศาลอาญา ไม่ได้เป็นการแสดงความคิดเห็นในระบอบประชาธิปไตย และไม่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยชอบธรรมภายในกรอบของกฎหมาย ทั้งยังใช้ความรุนแรงเพื่อแทรกแซง หวังผลให้ศาลมีคำสั่ง หรือคำพิพากษาไปในทางของกลุ่มผู้ใช้ความรุนแรง ไม่คำนึงถึงกฎหมาย และยังมีพฤติกรรมขู่เข็ญ สร้างความหวาดกลัวให้กับบุคคลในครอบครัวของผู้พิพากษา และบุคลากรในศาลยุติธรรม ทั้งๆ ที่บุคคลดังกล่าว ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาพิพากษาคดี

พฤติกรรมดังกล่าว มีการกระทำเป็นขบวนการใช้สื่อโซเชียลต่างๆ มุ่งหวังให้ใช้ความรุนแรง และต้องการให้ศาลพิพากษาคดี หรือมีคำสั่งในทางที่ตนเอง หรือขบวนการของตนต้องการ ดังนั้น จึงขอให้ผู้รับผิดชอบได้ตรวจสอบการกระทำ และพยานหลักฐานที่ปรากฏ หากมีการกระทำใด ละเมิด หรือฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ในส่วนการดำเนินคดี พลตำรวจโทภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ผู้ชุมนุมได้ใช้ความรุนแรง ด้วยการยิงหัวน็อตเหล็ก ปาสี และวัตถุไวไฟ เข้าไปภายในศาล ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องสลายการชุมนุม เหตุที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีตำรวจบาดเจ็บ 4 นาย และจับกุมตัวผู้ร่วมชุมนุมได้ 4 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นบุคคลที่เคยถูกดำเนินคดีในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง

หลังจากนี้ ตำรวจจะรวบรวมพยานวัตถุ พยานบุคคล และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อระบุตัวบุคคลที่ก่อเหตุ ก่อนจะออกมาเรียกหรือหมายจับตามขั้นตอน ในฐานความผิดหลายข้อหา ทั้งมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยมีอาวุธ และร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน โดยใช้กำลังประทุษร้ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ

ขณะที่ทนายความ และญาติผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุม 4 คน ได้ไปยื่นคำร้องขอประกันตัวกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน แต่เจ้าหน้าที่คัดค้านการประกันตัว พร้อมกับนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนไปฝากขังต่อศาล ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ โดยศาลอนุญาตให้ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว 2 คน อีก 2 คนศาลไม่ให้ประกัน

ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DES ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ รวบรวมข้อมูลหลักฐานการโพสต์ข้อความ ที่คุกคามผู้พิพากษาศาลและครอบครัวทางโซเซียลมีเดีย ซึ่งหากมีการประสานมาจากสำนักงานศาลยุติธรรม DES ก็พร้อมส่งมอบหลักฐานเพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จนถึงเดือนเมษายน DES ได้ส่งคำร้องขอให้ศาล ปิดกั้นการมองเห็นบัญชีที่โพสต์แล้ว 75 คำสั่ง รวม 1,828 URL แบ่งเป็น facebook 800 URL YouTube 231 URL twitter 255 URL และบัญชีอื่นๆ อีก 542 URL