7HD ร้อนออนไลน์

เมืองคอนพบผู้ป่วยโควิดในครอบครัวเดียว ติดเชื้อ 18 คน จากสมาชิกทั้งหมด 32 คน

วันนี้ (21 เม.ย.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช เรียกประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อออกมติเพิ่มความเข้มข้นมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 โดย นพ.จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช (สสจ.นครศรีธรรมราช) รายงานว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่ม 21 คน ยอดป่วยสะสมในระลอกเดือน เม.ย. เป็น 99 คน และคาดว่าจะมีตัวเลขสูงขึ้นอีก ซึ่งจากการสืบสวนโรค นอกจากคลัสเตอร์สถานบันเทิงในนครศรีธรรมราชแล้ว ยังลักษณะการระบาดของเชื้อโควิด จากการเดินทางของชาวนครศรีธรรมราชที่กลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ในที่ประชุมได้รายงานการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อในครอบครัวเดียวกัน จากอำเภอหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีผู้ติดเชื้อเป็นเด็กอายุ 12 ปี เดินทางมาจากจังหวัดนครปฐมมาเยี่ยมบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยได้มาร่วมงานเลี้ยงฉลองในครอบครัวซึ่งมีบ้านอยู่ในบริเวณเดียวกัน 3 หลัง มีสมาชิกที่เป็นเครือญาติกันรวม 32 คน ปรากฏว่าขณะนี้ตรวจพบว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 18 คน และมีแนวโน้มจะพบเชื้อในครอบครัวนี้เพิ่มขึ้นอีก แต่เจ้าหน้าที่ไม่กังวลมากนักเนื่องจากสามารถควบคุมวงจำกัดได้ เพราะเป็นการติดเชื้อในครอบครัวเดียว ไม่พบว่ามีการแพร่กระจายเชื้อไปยังวงนอกของครอบครัวนี้ รวมทั้งยังพบการระบาดในลักษณะเดียวกันนี้ในอำเภอปากพนัง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมอยู่ในวงจำกัดได้

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีมติยกระดับการตรวจหาเชื้อแบบเชิงรุกในพื้นที่เป้าหมาย โดยการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน มีการสืบสวนข้อมูลการเดินทางอย่างชัดเจนแล้วเข้าตรวจเชื้อ เพื่อค้นหาเชื้ออย่างละเอียดให้เร็วขึ้น ซึ่งการพบเชื้อได้เร็วนั้นจะยิ่งทำให้การควบคุมเป็นไปได้โดยง่าย

นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังได้ออกมติที่ประชุมและสั่งการให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคที่ประจำอยู่ในด่านตรวจ ทั้งระหว่างจังหวัดและด่านตรวจในระดับอำเภอรวมกว่า 70 ด่านตรวจ มีอำนาจในการออกคำสั่งกักกันผู้ที่ต้องสงสัยว่าจะมีการติดเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง กลุ่มที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่สีแดง โดยการออกใบสั่งให้ผู้ถูกคำสั่ง 1 ใบ และส่งสำเนาให้นายอำเภอ 1 ใบ และเจ้าพนักงานควบคุมโรค 1 ใบ เพื่อติดตามการกักกันโรค และจะต้องเกิดขึ้นจริงและเป็นไปตามหลักการควบคุมโรค หากผู้ที่ต้องคำสั่งกักกันไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค มีทั้งโทษปรับและโทษจำคุกตามกฎหมาย

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวอื่นในหมวด