ประเด็นเด็ด 7 สี

นศ.ด้านสาธารณสุขไทยในอเมริกา เผยประสบการณ์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ชี้รัฐควรทำให้ง่ายต่อประชาชน [เจาะเกาะติด]

ประเด็นเด็ด 7 สี - วันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก ก่อนเริ่มแผนกระจายวัคซีนให้กับคนไทย ขณะเดียวกันทีมข่าวของเราได้พูดคุยกับนักศึกษาด้านสาธารณสุขชาวไทย ในสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกแล้ว ทั้งประเด็นขั้นตอนและระบบการเข้ารับวัคซีนซึ่งนักศึกษารายนี้มองว่านอกจากวัคซีนที่เพียงพอ รัฐควรให้ข้อมูลที่ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจ ติดตามจากรายงานของคุณธัญญารัตน์ ถาม่อย

นี่เป็นประสบการณ์การฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรก ของอรนลิน เตชะธาดากุล หรือ ลิน นักศึกษาปริญญาโทด้านสาธารณสุขชาวไทย ในรัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เธอเป็นหนึ่งในกลุ่มแรก ๆ ที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มแรกไปแล้ว และกำลังจะฉีดเข็มที่ 2 เนื่องจากเธอต้องฝึกงานในโรงพยาบาล

เธอเล่าว่าถึงแม้แต่ละรัฐจะมีวิธีจัดการวัคซีนที่ต่างกันตามสถานการณ์ แต่บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่ต้องพบผู้ป่วย และผู้สูงอายุจะได้รับการจัดลำดับให้ฉีดก่อน โดยมีสถานพยาบาลท้องถิ่นดูแลการนัดหมาย ซึ่งต้องจำกัดจำนวนคนในแต่ละวันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

จากนั้นก็เป็นขั้นตอนการติดตามผล ซึ่งสถานพยาบาลจะส่งข้อความ ให้ผู้รับวัคซีนแต่ละคนเข้าไปในเว็บไซต์กลาง เพื่อส่งข้อมูลอาการในแต่ละวันและประเมินกลับมา

เธอมองว่าแต่ละขั้นตอนถือว่าค่อนข้างง่ายและสะดวกต่อผู้รับวัคซีนในพื้นที่ ซึ่งถึงแม้ประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตสูงที่สุด แต่ก็มีทั้งคนที่ต้องการฉีดวัคซีนและคนที่ยังกังวลในเรื่องผลข้างเคียง จึงทำให้แต่ละท้องถิ่นพยายามให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่องและชัดเจน

เทียบข้อมูลวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรกของประเทศไทยจาก 2 บริษัท ซิโนแวค พัฒนาโดยบริษัทสัญชาติจีน เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย อ้างข้อมูลประสิทธิภาพร้อยละ 50-90 แต่ก็มีข้อจำกัดที่ไม่สามารถฉีดให้คนอายุมากกว่า 60 ปีได้ ส่วนแอสตราเซเนกา พัฒนาโดยบริษัทสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ใช้เทคโนโลยีใหม่ อ้างข้อมูลประสิทธิภาพอยู่ที่ร้อยละ 67-80

ตามแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรกของประเทศไทย หลังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจรับรอง โรงพยาบาลในจังหวัดเป้าหมายจะเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกในวันที่ 1 มีนาคมนี้

โดยมีรายงานกำหนดการฉีดวัคซีน สำหรับผู้นำประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่สถาบันบำราศนราดูร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะฉีดวัคซีนจากแอสตราเซเนกา ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะฉีดวัคซีนจากซิโนแวค