เจาะประเด็นข่าวค่ำ

หญิงชาวบุรีรัมย์น้ำตาตก ถูกสวมบัตรประชาชน 12 ปี คดีไม่คืบ หมดสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ

นางสาวลำใย ธรรมดา อายุ 51 ปี ชาวตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ อาชีพรับจ้างทั่วไป นำบัตรประจำตัวประชาชนใบเดิมที่เคยทำไว้ตั้งแต่ปี 2545 พร้อมเอกสารหลักฐานยืนยันตัวตนว่าเป็นคนไทย ร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกสวมบัตรประจำตัวประชาชน ทำให้ไม่ได้สิทธิรักษาพยาบาลตามโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค และหมดสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐทุกโครงการในช่วงโควิด-19 ระบาด

นางสาวลำใย เปิดเผยว่า ครอบครัวมีฐานะยากจน พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ 7 ขวบ พออายุ 17 ปี ก็เข้าไปทำงานรับจ้างทั่วไปในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ต่อมาปี 2552 จะย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านของสามีที่อำเภอ เสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่สามารถย้ายได้ เพราะในระบบมีชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัว 13 หลัก ตรงกัน 2 คน น่าจะมีการสวมบัตรประจำตัวประชาชนเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปติดต่อที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่ที่ทำบัตรครั้งแรก

จากนั้นเจ้าหน้าที่อำเภอลำปลายมาศรับปากจะดำเนินการให้ แต่เรื่องก็เงียบหายไป กระทั่งปี 2554 จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ลำปลายมาศ และมาติดต่อที่อำเภออีกครั้ง พร้อมให้ผู้ใหญ่บ้านมารับรอง แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า กรณีสวมบัตรต้องไปขึ้นศาล และให้รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ จนถึงตอนนี้ผ่านมา 12 ปีแล้ว ก็ยังไม่มีความคืบหน้า

นางสาวลำใยวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ เพราะขณะนี้เดือดร้อนมาก ไม่ได้รับสิทธิรักษาพยาบาลตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ไม่กล้าเดินทางไปไหน เพราะกลัวถูกจับหาว่าเป็นคนผิดกฎหมาย ที่สำคัญเงินช่วยเหลือตามโครงการของรัฐในช่วงโควิด-19 ระบาด เธอไม่ได้รับการช่วยเหลือทุกโครงการ

หญิงชาวบุรีรัมย์ตัดพ้อว่า ทำไมเป็นคนไทยแท้ๆ 100 % ถูกสวมบัตรประจำตัวประชาชน ถึงไม่ได้รับการช่วยเหลือ แตกต่างกับแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ใช่คนไทย แต่กลับได้รับการช่วยเหลือ คิดแล้วก็รู้สึกน้อยใจ

ล่าสุด นายอุทิศ มอนยาว ผู้ใหญ่บ้านบ้านแสลงพัน ได้พานางสาวลำใยไปที่ว่าการอำเภอลำปลายมาศ เพื่อติดตามเรื่องและขอความช่วยเหลืออีกครั้ง มี นายนำชัย วงวิลาศ ปลัดอาวุโสอำเภอลำปลายมาศ เป็นตัวแทนมารับเรื่อง

นายนำชัย เปิดเผยว่า ตอนที่เกิดเรื่องเขายังไม่ได้มาดำรงตำแหน่ง แต่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการทำบัตรประชาชนที่น่าสงสัย โดยเมื่อปี 2550 มีบุคคลแอบอ้างชื่อ นางสาวลำใย ธรรมดา แจ้งว่าบัตรหาย จากนั้นเดือนพฤศจิกายน 2552 มีการแจ้งย้ายชื่อไปที่จังหวัดชัยนาท และแจ้งทำบัตรใหม่

แต่จากการสอบถามผู้ร้องเรียน และญาติที่มาในวันนี้ (24 ก.พ.) ยืนยันว่านางสาวลำใยไม่เคยไปจังหวัดชัยนาท และไม่มีพี่น้องอยู่ที่นั่น ส่วนที่ทางอำเภอไม่ดำเนินการต่อ เพราะหลังยื่นเรื่องร้องขอความช่วยเหลือแล้ว ผู้ร้องก็เงียบหายไปไม่ติดต่อมาอีก

แต่เมื่อวันนี้ (24 ก.พ.) เดินทางมาก็จะสอบสวนในรายละเอียด จากนั้นทำบันทึกเสนอนายอำเภอ เพื่ออนุมัติให้ทำบัตรประชาชนใหม่ พร้อมทำเรื่องไปยังส่วนกลางระงับรายการบัตรประจำตัวประชาชนของอีกบุคคลที่สวมบัตร จากนั้นจะออกบัตรให้โดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน

นอกจากนี้ยังจะสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดกรณีสวมบัตร ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจหรือไม่นั้น เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่จะดำเนินการในภายหลัง แต่ดูจากเอกสารเบื้องต้นเชื่อว่า ไม่น่าจะเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ แต่ก็ต้องสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงก่อน