เช้านี้ที่หมอชิต

ตร. เปิดยุทธการพิทักษ์ล้านนา ยึดทรัพย์ผู้ค้ายารายสำคัญ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

เช้านี้ที่หมอชิต - เจ้าหน้าที่เปิดยุทธการพิทักษ์ล้านนา สนธิกำลังเข้าบุกจับเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ ในจังหวัดเชียงราย พร้อมยึดทรัพย์กว่า 100 ล้านบาท
     
ช่วงเช้ามืดวานนี้ (11 ก.พ.) เจ้าหน้าที่สนธิกำลังกว่า 300 นาย ปิดล้อมตรวจค้นบ้านห้วยหาญ ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เพื่อบุกรวบตัว นายไพบูลย์ แซ่หว่าง ผู้ต้องหาคนสำคัญในเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มชาติพันธุ์ในบ้านห้วยหาญ ซึ่งเป็นหมู่บ้านมีติดพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ และเป็นพื้นที่พักยาเสพติดก่อนลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย

สืบเนื่องจากปี 2561-2563 เจ้าหน้าที่เคยเข้ากวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดถึง 4 ครั้ง คดีแรก เป็นการเข้าจับยาบ้าจำนวน 6 ล้านเม็ด, ครั้งที่ 2 จับยาบ้า 6.7 ล้านเม็ด ยาเคอีก 100 กิโลกรัม, ครั้งที่ 3 สามารถยึดยาบ้าได้  6 ล้านเม็ด และครั้งที่ 4 บุกตรวจค้นจับยาบ้าได้ 6.4 ล้านเม็ด โดยได้ตรวจสอบกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น จำนวน 106 คนด้วย

ซึ่งจากการขยายผลคดียาเสพติดที่ผ่านมาทั้ง 4 ครั้ง พบว่าตัวการสำคัญคือ นายแอ้ เคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมี นายไพบูลย์ แซ่หว่าง ผู้ต้องหาที่จับได้เมื่อวานนี้ (11 ก.พ.) เป็นผู้ประสานงานในประเทศไทย

นอกจากนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยถึงแนวทางทางการขยายผล การตรวจจับเครือข่ายยาเสพติด ด้วยการเก็บสารพันธุกรรมหรือ DNA ของบุคคลเป้าหมาย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล ในกรณีที่ผู้ต้องหาสามารถหลบหนีไปได้ เพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด

เจ้าหน้าที่สามารถบุกยึดทรัพย์ของนายแอ้และนายไพบูลย์ รวมมูลค่ากว่า 132 ล้านบาท เบื้องต้นพบทรัพย์สินเป็นรีสอร์ตบนพื้นที่ 1 ไร่ 3 งาน 32 ตารางวา, สวนยางพารากว่า 4 ไร่ ในพื้นที่ตำบลสบปง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา และที่นาในอำเภอเทิง จังหวัดเชียงรายอีกกว่า 7 ไร่, บ้านพร้อมที่ดินพร้อมกับฟาร์มปศุสัตว์ ในจังหวัดน่าน, รีสอร์ตที่อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก, สวนยางพาราในพื้นที่ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย อีก 200 ไร่

โดยปฏิบัติการเข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์ที่บ้านห้วยหาญ ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เป็นส่วนหนึ่งของยุทธการพิทักษ์ล้านนา เป็นการสนธิกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ปปส. จำนวน 2,350 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 661 จุด ใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อเป็นการตรวจค้นจับตัวผู้ต้องหาคดีสำคัญ และตัดเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ขยายผลยึดทรัพย์ตัดวงจรทางการเงิน รวมทั้งเก็บหลักฐานพยานที่เป็นสารพันธุกรรมหรือ DNA ของบุคคลเป้าหมาย