สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ตำรวจคัดค้านการประกันตัวปู่ข่มขืนหลาน จ.กาฬสินธุ์

เมื่อวานนี้ ตำรวจได้นำตัวชายอายุ 66 ปี ปู่ของเด็กหญิงอายุ 11 ขวบ ที่เสียชีวิต และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ อีกทั้งเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน โดยทางตำรวจเจ้าของคดีบอกว่า ชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะนี้คงต้องรอผลการชันสูตรการเสียชีวิตของเด็กหญิง และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ มาประกอบกับ หากพบความเชื่อมโยง ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และหากยืนยันว่า การเสียชีวิตมาจากการถูกข่มขืนจริง โทษก็จะหนักขึ้นด้วย

ขณะที่ทางครอบครัวเด็กหญิงอายุ 11 ขวบ หลังรับศพมาจากโรงพยาบาลแล้ว ก็ฌาปนกิจทันที ท่ามกลางความโศกเศร้าของผู้เป็นแม่ ตา และยาย โดยนายอำเภอสหัสขันธ์ นายตระกูล หนูนิล ได้เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจ พร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวของเด็กหญิง และให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ช่วยดูแลด้านสุขภาพจิตใจของสมาชิกในครอบครัวด้วย

ขณะที่มีข้อมูล จาก นายศักดา เขาวง ผู้ใหญ่บ้านไทรทอง หมู่ 11 ว่า ชายอายุ 66 ปี ปู่ของเด็กหญิง เป็น อปพร.ประจำหมู่บ้าน โดยเมื่อ 1-2 ปี ที่ผ่านมา ได้เคยไปรับจ้างทำงานแทนนักการภารโรงที่ลาป่วยที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ก็มีเหตุการณ์ที่เด็กนักเรียนหญิงไปฟ้องผู้อำนวยการโรงเรียน ว่าถูกชายอายุ 66 ปี ลวนลาม (ด้วยการลูบคลำและจับก้น) แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น สามารถตกลงไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายได้ จึงไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี แต่ชายอายุ 66 ปี ก็ถูกเลิกจ้างในเวลาต่อมา ไม่คิดว่าหลังจากเหตุการณ์นั้นแล้ว ยังมาก่อเหตุข่มขืนหลานแท้ๆ ของตัวเอง จนป่วยและเสียชีวิต

นอกจากนี้ เด็กหญิงอายุ 12 ขวบ พี่สาวของเด็กหญิงผู้เสียชีวิต ออกมายืนยันว่า เธอก็เคยถูกปู่ลวนลามเหมือนกัน และบอกว่าคำว่าเอ็นดูของปู่ เป็นความรู้สึกที่เกินเลย จึงทำให้น้องไม่กล้าเข้าใกล้ปู่ แต่ไม่คิดว่าจะกระทำเช่นนี้กับน้องสาวของเธอ จนเป็นเหตุให้ถึงกับเสียชีวิต และยังบอกด้วยว่า แม้ขณะที่น้องสาวนอนป่วยอยู่ ก็ย้ำและยืนยันกับทุกคนว่า ถูกปู่ข่มขืน จึงต้องการให้ดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

ขณะที่ชายอายุ 33 ปี พ่อของเด็กหญิงผู้เสียชีวิต และเป็นลูกชายของชายอายุ 66 ปี ผู้ต้องหา ก่อนหน้านี้เลิกรากับภรรยา (แม่ของเด็กหญิง) ไปแล้ว และต่างก็ไปมีครอบครัวใหม่ ก็ได้มาร่วมงานศพของลูกสาว ด้วยความรู้สึกทั้งเสียใจ และสับสน จากที่ลูกสาวเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร อีกทั้งพ่อ (ปู่ของเด็ก) ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนข่มขืน อย่างไรก็ตาม ตัวเขายังไม่เชื่อว่าพ่อจะเป็นคนลงมือทำร้ายลูกสาวจริงๆ จึงวอนให้ความเป็นธรรม และขอให้ตำรวจหาผู้กระทำผิดตัวจริงมาลงโทษตามกฎหมาย

แม้ว่าผู้ต้องหา ซึ่งเป็นปู่แท้ๆ จะยังคงให้การปฏิเสธ ก็ยังต้องรอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ชัดเจนออกมาก่อนว่า แท้ที่จริงแล้ว เป็นปู่ของเด็กที่ข่มขืนจริงหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครเหตุการณ์นี้ก็ต้องมีคนที่กระทำผิดถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน