สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

น้องชายเมาสุราแทงพี่ชายเสียชีวิต

เหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านน้ำพุ ตำบลทุ่งโพ อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี  ตำรวจ สภ.เขาบางแกรก เข้าตรวจสอบพบศพชาย อายุ 53 ปี เสียชีวิตอยู่ข้างแคร่ที่นั่งใต้ต้นไม้ สภาพศพถูกแทงด้วยมีดทำครัวปลายแหลมเข้าที่ใบหน้า หน้าอกและหน้าท้อง โดยมีแม่และลูกๆ ของผู้เสียชีวิต นั่งเฝ้าศพด้วยอาการโศกเศร้า

ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชาย อายุ 46 ปี น้องชายแท้ๆ ของผู้เสียชีวิต ยืนรอมอบตัวกับตำรวจในสภาพมึนเมาสุราพูดจาไม่รู้เรื่อง ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวออกมาจากที่เกิดเหตุ พาไปสอบสวนที่โรงพัก

หญิงอายุ 82 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เล่าว่าลูกชายทั้ง 2 คน ชอบดื่มสุรา พอมึนเมาก็จะหาเรื่องทะเลาะชกต่อยกันเป็นประจำ วันเกิดเหตุก็ตั้งวงดื่มสุราด้วยกันจนบานปลายมีปากเสียงแต่ไม่คิดว่าครั้งนี้จะรุนแรงถึงขั้นทำร้ายเสียชีวิต

ขณะที่หลานชายของผู้เสียชีวิต เล่าว่าวันเกิดเหตุมานั่งร่วมวงดื่มสุรา มีเพื่อนบ้านอีกรวม 6 คน ระหว่างที่นั่งดื่มกันอยู่ฝ่ายพี่ชายได้ต่อว่าน้องว่าไปรับงานกรอกปุ๋ยใส่กระสอบเขามาทำไมถึงไม่ไปทำงานให้เขา หลังจากนั้นก็ได้เกิดการโต้เถียงกันขึ้ และชกต่อย เขาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งไปที่ป้อมตำรวจ เพื่อตามเจ้าหน้าที่มาห้ามปราม แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบว่าผู้เป็นพี่ชายถูกแทงเสียชีวิตไปแล้ว

เบื้องต้นตำรวจรอให้ผู้ก่อเหตุหายจากอาการมึนเมา จากนั้นจะสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่จังหวัดสมุทรสาคร คนงานชาวเมียนมา ทะเลาะกับหัวหน้าแผนก ซึ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมา เหมือนกัน ก่อนใช้มีดแทงอีกฝ่ายเสียชีวิต ภายในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จากการสอบถามทราบว่าผู้ก่อเหต คือ นายนันกิโส อายุ 23 ปี หลังก่อเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหนนั่งรออยู่ภายในโรงงานจนกระทั่งตำรวจเดินทางมาถึง นายนันกิโส เกิดอาการตกใจลุกขึ้นขัดขืนแต่สุดท้ายก็สงบลงยอมให้จับกุม

ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าก่อนหน้านี้ประมาณ 2-3 วัน เขาถูกหัวหน้างานงานด่าทอ จึงเก็บความไม่พอใจไว้ กระทั่งวันเกิดเหตุมาเข้างานกะกลางคืนเห็นหัวหน้างานคนดังกล่าว จึงก่อเหตุด้วยความบันดาลโทสะ สอดคล้องกับพนักงานรักษาความปลอดภัย เล่าว่า 2-3 วันที่ผ่านมา เห็นผู้ก่อเหตุมีอาการซึมเศร้านั่งอยู่ข้างป้อมยามเพียงลำพัง ซึ่งปกติจะไม่เคยเห็นเลย

ขณะที่การนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาจากโรงงาน รวมถึงการควบคุมตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเนื่องจากทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตเป็นแรงงานเมียนมา และสถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ตำบลท่าทราย ซึ่งมีการเพราะระบาดของเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานเมียนมา จำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่มีความหวาดระแวง ต้องสวมชุด PPE และบางคนก็ใส่เสื้อกันฝน นำร่างผู้เสียชีวิตออกมา  รวมทั้งตำรวจต้องนำหน้ากากอนามัยมาให้ผู้ก่อเหตุสวมใส่ พร้อมฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ตามตัวของผู้ก่อเหตุ เพื่อความปลอดภัย