ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

เวลา​ 10.41​ ​น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงเปิดโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำช้างป่าหลังต้นน้ำภูไท ตำบลท่าตะเกียบ​ อำเภอท่าตะเกียบ​ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 6 ให้พิจารณาดำเนินการสำรวจและจัดทำแหล่งน้ำสำหรับช้างป่าในพื้นที่ ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 เพื่อแก้ไขปัญหาช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่อนุรักษ์ ด้านอำเภอท่าตะเกียบ ที่สร้างความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตร และหลายครั้งเกิดอุบัติเหตุ ช้างถูกไฟฟ้าช็อต รถชน และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ โดยดำเนินการสำรวจออกแบบแหล่งน้ำซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับช้างป่าและสัตว์ป่าในพื้นที่สนับสนุนโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ และสนับสนุนแนวทางการลดปัญหาช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์แบบบูรณาการ รวมทั้ง​ให้ระบบนิเวศเกิดความสมดุล กลับคืนความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ​ เริ่มก่อสร้างเดือนมีนาคม 2563 แล้วเสร็จเดือนธันวาคม 2563 มีความจุเก็บกัก 220,000 ลูกบาศก์เมตร พื้นที่ดำเนินการ 200 ไร่ มีการขุดลอกแหล่งน้ำ สร้างฝายต้นน้ำ อาคารระบายน้ำแบบทางน้ำข้าม และอาคารทางน้ำเข้าแบบท่อลอดเหลี่ยม​ รวมถึง​ได้นำดินที่ขุดมาปรับเกลี่ยรอบอ่าง เพื่อจัดทำโครงการปลูกพืชอาหารสัตว์ต่อไป

ทั้งนี้ ในปี 2562-2565 กรมทรัพยากรน้ำ จะดำเนินการสร้างและเสริมแหล่งน้ำ จำนวน 60 แห่ง สำหรับช้างป่าและสัตว์ป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และสระแก้ว หลังจากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด จะมีแหล่งน้ำกระจายอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ความจุรวมกว่า 1.8 ล้านลูกบาศก์เมตร

เวลา 11.23 น. เสด็จไปบ้านคลองมะหาด หมู่ที่ 14 ทอดพระเนตรพื้นที่โครงการเร่งด่วน เพื่อเก็บกักน้ำในฤดูฝน ปี 2563 แก้มลิงคลองมะหาด ซึ่งกรมชลประทาน ได้น้อมนำพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มาพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาช้างป่าเข้าทำลายพืชผลทางการเกษตร และการขาดแคลนน้ำของราษฎรในหน้าแล้ง โดยมีโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองสียัด สำนักงานชลประทานที่ 4 รับผิดชอบ ขุดสระเก็บกักน้ำ แก้มลิงคลองมะหาด เพื่อเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนการดำเนินโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ และเป็นแหล่งน้ำต้นทุนที่มั่นคงของราษฎร ให้สามารถประกอบอาชีพทางการเกษตรได้อย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ ทรงปล่อยปลาตะเพียนทอง ปลาตะเพียนขาว ปลาโพง ปลากระโห้ ปลาสลิด ปลาแก้มช้ำ ปลาชะโอน ปลาบึก และปลาเทพา รวม 43 ตัว ลงสู่แก้มลิงคลองมะหาด พร้อมกันนี้ กรมประมง ได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายปลาตะเพียนขาวอีก 43,000 ตัว ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับราษฎรในพื้นที่ด้วย

จากนั้น เสด็จไปทอดพระเนตรบริเวณพื้นที่โครงการฯ ประกอบด้วย สระเก็บน้ำขนาดใหญ่ ความจุ 770,000 ลูกบาศก์เมตร, อาคารทดน้ำและระบายน้ำล้น 1 แห่ง, อาคารรับน้ำเข้าสระ 1 แห่ง, สถานีสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมระบบส่งน้ำ, บ่อพักน้ำ, ถนนเลียบคลอง และถนนรอบสระเก็บกักน้ำ โดยมีราษฎรได้รับประโยชน์แล้ว ประมาณ 250 ครัวเรือน โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จ ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากการบริหารจัดการน้ำ พร้อมมีพระดำรัสถึงแนวทางการดำเนินงานโครงการฯ

เวลา​ 13.42 น.​ เสด็จไปยังพื้นที่เกษตรแปลงรวม​ บ้านหนองกระทิง​ หมู่ที่​ 20​ ตำบลท่ากระดาน​ อำเภอสนามชัยเขต ทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานพัฒนาระบบเฝ้าระวังช้างป่า​ ซึ่งได้เป็นหมู่บ้านคชานุรักษ์นำร่อง​ในปีนี้ ในการนี้​ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี​ ​ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม​พระราชทานป้ายหมู่บ้านคชานุรักษ์​ อุปกรณ์ระบบการแจ้งเตือนภัย​วิทยุสื่อสาร​ แก่ผู้แทนหมู่บ้านคชานุรักษ์ และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านคชานุรักษ์​ จำนวน​ 3 กองทุน​ ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา 1 หมู่บ้าน และจังหวัดจันทบุรี 2 หมู่บ้าน

จากนั้น​ ทรงรับฟังการบรรยายความก้าวหน้าการดำเนินงานพัฒนาแหล่งน้ำและแหล่งอาหารช้างป่า​ ซึ่ง​หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมดำเนินการพัฒนาโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์​ ในการสร้างความสมดุลระหว่างคนกับช้างป่า​ จัดทำฝายกึ่งถาวร​ เป็นแหล่งน้ำขนาดเล็ก​ จำนวน​ 14​ ฝาย​ สอดคล้องกับเส้นทางหากินของช้างป่า​ ที่ต้นลำห้วย​ โดยใช้อากาศยานลำเลียงร่วมกับภาคพื้นดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง​ สอดรับกับพื้นที่ทางธรรมชาติ​ ทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน้อยที่สุด โดยสร้างแล้วเสร็จ​เมื่อวันที่​ 29​ พฤศจิกายนที่ผ่านมา​ นอกจากนี้ การทำโป่งเทียมสำหรับช้างป่า​ 5 โป่ง​ ได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในระบบเฝ้าระวังช้างป่า​

โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์​ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา​ มีประชาชนและพื้นที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า​ 3 อำเภอ​ 7 ตำบล​ 73​ หมู่บ้าน​ จึงมีการพัฒนาอาชีพ พัฒนาผลิตภัณฑ์​ และบรรจุภัณฑ์​ในกลุ่มอาชีพ​ต่าง ๆ อาทิ​ กสิกรรม, ปศุสัตว์, อาหารแปรรูป​และผ้าทอ​ สำหรับปีนี้​ มีหมู่บ้านคชานุรักษ์​เพิ่มเติม 3 หมู่บ้าน​ จากเดิม 5 หมู่บ้าน เป็น 8 หมู่บ้าน ในพื้นที่​ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก​ โดยบ้านหนองกระทิง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้จัดทำพื้นที่เกษตรแปลงรวม​ จำนวน​ 17​ ไร่​ ขยายผล​การพัฒนาหมู่บ้านคนรักษ์ช้าง​ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง​ ผลผลิตที่ได้นำบริโภค​ภายในครัวเรือน​ เพื่อลดรายจ่าย และนำไปจำหน่าย เพื่อเพิ่มรายได้​แก่ครอบครัว ปัจจุบัน มีสมาชิก​ 35​ ครัวเรือน​

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นในหมวด