สาวร้อง รพ.ส่งตัวช้า สูญเสียลูกในครรภ์ จ.ระยอง

วันที่ 22 พ.ค. 2566 เวลา 06:08 น.

เช้านี้ที่หมอชิต - สาวระยอง ร้องมูลนิธิปวีณาฯ ตั้งครรภ์ใกล้คลอด แต่เด็กไม่กลับหัว มีอาการครรภ์เป็นพิษ แต่โรงพยาบาลประจำอำเภอไม่พร้อมผ่าคลอด และส่งตัวไปโรงพยาบาลที่มีความพร้อมกว่า ช้าไป 13 ชั่วโมง ทำให้ลูกในท้องเสียชีวิต วานนี้ นางสาวน้อย (นามสมมติ) อายุ 32 ปี เดินทางจาก จังหวัดระยอง เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีตั้งครรภ์ใกล้คลอด แต่ครรภ์เป็นพิษ ทางโรงพยาบาลส่งตัวช้า จนต้องสูญเสียลูกในครรภ์ นางสาวน้อย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ตนตั้งครรภ์ร่วม 9 เดือน ได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลอำเภอแห่งหนึ่งตามนัด แพทย์ตรวจพบว่ามีความดันโลหิตสูง และครรภ์เป็นพิษ กระทั่งกลางดึกรู้สึกว่ามีอาการน้ำเดิน จึงแจ้งพยาบาล และแพทย์ได้ตรวจภายใน พบว่าปากมดลูกเปิด 4 เซนติเมตร จะทำคลอด แต่เด็กหันเอาเท้าออก ทางโรงพยาบาลผ่าคลอดไม่ได้ จึงจะส่งตัวไปที่โรงพยาบาลจังหวัด นางสาวน้อย บอกอีกว่า ตนนอนรอจนเกือบถึงเวลา 04.00 น. จึงได้ถูกส่งตัวไป ตอนนั้นแพทย์ตรวจพบว่าเด็กยังมีชีพจรอยู่ และไปถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัดเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 10 พฤษภาคม 2566 แพทย์โรงพยาบาลประจำจังหวัดมาตรวจ ก่อนบอกให้ทำใจ เพราะพบว่าเด็กไม่มีชีพจรแล้ว ตอนนั้นรู้สึกใจสลายที่สูญเสียลูกไป นางสาวน้อย บอกทั้งน้ำตาว่า ปกติเวลาตรวจพบว่าครรภ์เป็นพิษ แพทย์ต้องรีบผ่าคลอด เพราะอาจเป็นอันตรายทั้งแม่และเด็ก ตนจึงสงสัยว่า 1.ทำไมโรงพยาบาลอำเภอถึงไม่รีบส่งตัวตั้งแต่ตรวจพบครรภ์เป็นพิษ เมื่อรู้ว่าทางโรงพยาบาลผ่าคลอดไม่ได้ รวมเวลาที่อยู่โรงพยาบาลอำเภอถึง 19 ชั่วโมง จนเด็กเสียชีวิตในท้อง หากส่งตัวไปโรงพยาบาลจังหวัดเร็วกว่านี้ ลูกตนคงไม่ตาย 2.อยากให้โรงพยาบาลชี้แจงสาเหตุ และให้ความเป็นธรรมกับลูกตน ซึ่งไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นอีก เพราะอุ้มท้องมาถึง 9 เดือน ถ้าตนเสียชีวิตไปกับน้องด้วย ใครจะเลี้ยงลูกตนอีก 2 คน ที่ยังเล็กและกำลังเรียนหนังสือ หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสานตำรวจ สภ.เมืองระยอง ที่ผู้เสียหายไปลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อหารือหากต้องมีการชันสูตรศพทารกที่เสียชีวิต พร้อมประสานบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวดูแลสภาพจิตใจผู้เสียหาย นางปวีณา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ เรื่องนี้ต้องให้กระทรวงสาธารณสุขตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้น ได้ประสาน นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ซึ่ง นายแพทย์รุ่งเรือง รับปากจะเร่งดำเนินการส่งเรื่องให้สาธารณสุขจังหวัดระยองตรวจสอบ เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมต่อไป