11 ต.ค. 2560 | 17:42 น.

จดหมายเหตุสนามหลวง : ภาพมงคลของปวงชนชาวไทย

พระบรมฉายาลักษณ์ และพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระราชอิริยาบถต่าง ๆ เป็นสิ่งที่พสกนิกรไทยทุกคนจดจำฝังแน่นอยู่ในจิตใจ เป็นภาพมงคลที่ถูกนำมาประดับประดาตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นภาพที่มีทุกบ้าน แม้กระทั่งการพกติดตัวเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตมาอย่างยาวนาน ตลอดรัชกาลของพระองค์

จวบจนวันนี้ แม้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัย พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ยังคงเป็นสิ่งล้ำค่า หวงแหน และเป็นที่ต้องการของนักสะสมและคนไทยทุกคน เพื่อนำไปสักการะบูชา และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ "เสมือนหนึ่งพ่อยังอยู่ ไม่ได้จากไปไหน"

ย้อนกลับไปก่อนวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ทุกพื้นที่ในโรงพยาบาลศิริราช ต่างเนืองแน่นด้วยพสกนิกรไทยจำนวนมากจากทั่วประเทศ ที่เดินทางมาร่วมสวดมนต์ถวายพระพรแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งขณะนั้นยังคงประทับรักษาพระอาการประชวรอยู่บนอาคารเฉลิมพระเกียรติ ทุกคนต่างมีพระบรมฉายาลักษณ์อยู่แนบอก และทูนไว้เหนือศีรษะด้วยใจจงรักภักดี

และแล้ววันที่พสกนิกรไทยทั้งประเทศต้องใจสลาย เมื่อทราบข่าว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต บริเวณท้องสนามหลวงต่างมีประชาชนจำนวนมากที่รักพ่อหลวง ได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาแจกให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ ได้นำกลับไปเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

ตลอดหนึ่งปีนับจากวันเสด็จสวรรคต พบว่าตามร้านถ่ายรูปและจำหน่ายกรอบรูป ต่างนำพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในพระราชอิริยาบถต่าง ๆ ออกมาวางจำหน่ายมากขึ้น เนื่องจากเป็นที่ต้องการของพสกนิกรไทย

หนึ่งในเจ้าของร้านขายรูปย่านจตุจักร เผยว่า เดิมทีที่ร้านมีแต่ของประดับบ้าน แต่ด้วยความที่ครอบครัวรักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์สะสมไว้จำนวนมาก หลังผ่านความเศร้าโศกเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน จึงตัดสินใจนำพระบรมฉายาลักษณ์ ของรักของสะสมส่วนหนึ่ง มาใส่กรอบตั้งประดับไว้ที่ร้าน พอลูกค้ามาเห็นต่างชื่นชอบขอซื้อต่อ จึงแบ่งปันให้ในราคาย่อมเยา เพื่อให้ทุกคนมีรูปพระองค์ท่านไปเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือหากใครไม่มีเงิน ตนก็มอบให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งรูปที่นิยมมากที่สุด คือ พระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะทรงงาน มีพระเสโท หรือเหงื่อ ไหลลงมาที่ปลายพระนาสิก หรือจมูก สื่อให้เห็นถึงการทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรของพระองค์ ทำให้เวลามองรูปนี้แล้วเกิดกำลังใจในการทำงานและการใช้ชีวิตมากขึ้น

เช่นเดียวกับ นายชาญชัย ศาสตร์ภัทร์ เจ้าของร้านกรอบรูปขนาดใหญ่อีกแห่ง เผยความในใจว่า ตั้งแต่ทราบข่าวในหลวงเสด็จสวรรคต ความรู้สึกตนไม่ต่างจากคนไทยคนอื่น ๆ ที่เสียใจที่สุดในชีวิต คิดจะปิดร้านเพื่อทำใจในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศก แต่เมื่อนั่งดูรูปของพระองค์ ทำให้มีแรงผลักดัน ลุกขึ้นมาอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ขนาดใหญ่ติดเต็มหน้าร้าน เพื่อให้ประชาชนได้แสดงความอาลัย หลายคนมายืนมองพระบรมฉายาลักษณ์ด้วยน้ำตานองหน้า บางคนก้มลงกราบ ตนรับรู้ได้ถึงความรักและความจงรักภักดีที่คนไทยมีต่อพระองค์ ตั้งใจจะใช้พื้นที่หน้าร้านติดพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อรำลึกถึงพระองค์ตลอดไป ส่วนยอดขายนั้นก็มีคนสั่งรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เป็นรูปขาว-ดำ จำนวนมาก ห้างร้านบางแห่งสั่งซื้อทุกภาพที่มีในร้าน ตั้งแต่สมัยทรงพระเยาว์ และขณะพระองค์ทรงงาน รวมหลายร้อยภาพ

เชื่อได้ว่าคนไทยที่รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จะต้องมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ติดอยู่คู่บ้านทุกหลังคาเรือน ดังคำพูดติดปากที่ว่า "รูปที่มีทุกบ้าน" พระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง ที่หลายคนพยายามเก็บสะสมไว้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งบางคนได้เก็บสะสมภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านเอาไว้มากกว่าแสนภาพ

ครูสนอง บำรุงราษฎร์ อายุ 74 ปี อดีตครูสอนภาษาไทย ในอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ถือเป็นคนหนึ่งที่เก็บสะสมพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ไว้กว่าแสนภาพ มาเป็นเวลากว่า 40 ปี ไม่ว่ารูปเล็กหรือรูปใหญ่ ทั้งปฏิทิน หนังสือพิมพ์ ไปจนถึงรูปตามวาระต่าง ๆ เพราะถือว่าเป็นของล้ำค่า มีไว้บูชาเทิดทูนยึดเหนี่ยวจิตใจ จึงตั้งใจเก็บรักษาให้ดีที่สุด พอนานวันเข้ามีคนเอามาให้สะสมมากขึ้น จึงเริ่มนำรูปพระองค์ท่านติดไว้รอบบ้าน บางส่วนติดกระดาษแข็งเก็บเป็นอัลบั้ม และเปลี่ยนบ้านให้เป็นห้องสมุดชุมชน ให้ทุกคนได้ชื่นชมพระบารมี และเห็นพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงทุ่มเทเพื่อราษฎร

ครูสนองเผยต่ออีกว่า ทุกวันนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า บ้านครูสนองเก็บสะสมพระบรมฉายาลักษณ์ไว้จำนวนมาก แต่ครูสนองไม่เคยยึดติดกับของสะสมเหล่านี้ แม้หลายคนจะบอกว่ารูปทั้งหมดนี้ประเมินค่าไม่ได้ แต่เมื่อถึงวันที่ครูจากไป ก็เตรียมมอบสมบัติทั้งหมดให้ลูกหลานดูแล หรือส่งต่อให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ท่านก็ยินดี แต่ช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ขอชื่นชมพระบารมีของพระองค์ท่านผ่านพระบรมฉายาลักษณ์ให้นานที่สุด

อาจารย์ภูดิท กรรณิการ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ เป็นอีกคนหนึ่งที่เก็บรวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

โดยเริ่มแรกจะตัดรูปออกมาจากนิตยสารรายสัปดาห์ หรือรายเดือน เนื่องจากไม่มีทุนในการสะสม ส่วนความรักและเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 เหนือสิ่งอื่นใดนั้น เป็นเพราะครอบครัวปลูกฝังมาโดยตลอด ก่อนนอนทุกคนในครอบครัวจะมานั่งดูข่าวในพระราชสำนัก ทำให้ซึมซับรับรู้ว่า แต่ละวัน "พ่อหลวง" ทรงงานหนักเพื่อราษฎรขนาดไหน จึงถือว่าตนมีบุญที่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทย และมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเปี่ยมด้วยความรักและเมตตา ส่วนรูปที่ตนรักและหวงแหนเป็นพิเศษ คือ พระบรมฉายาลักษณ์ ขณะทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินมายังอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เมื่อปี 2501 และอีกรูปที่มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ และถ่ายรูปพระองค์ท่าน เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เมื่อปี 2535 นอกจากนี้ อาจารย์ภูดิท ยังมีสิ่งสะสมที่ไม่เหมือนใคร ก็คือ ม้วนวีดิโอข่าวพระราชสำนักที่ออกอากาศตามสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ไว้มากกว่า 150 ม้วน โดยเฉพาะพระราชพิธีสำคัญ ๆ และปัจจุบันยังได้ทำเพจชื่อว่า "In My Heart ภาพที่อยู่ในหัวใจคนไทย" เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและพระบรมฉายาลักษณ์ที่งดงามของพระองค์ท่าน ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา เรียนรู้เรื่องราวที่เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกด้วย

และตลอดทั้งเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มีการจัดแสดงนิทรรศการพระราชาในดวงใจ ให้ประชาชนได้เข้าชมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึงช่วงตลอดการครองราชย์ ซึ่งหาชมได้ยาก เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

หนึ่งในผู้จัดนิทรรศการพระราชาในดวงใจ เผยว่า แม้ช่วงเวลานี้ทุกคนจะยังอยู่ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจปฎิเสธได้ แต่ก็อยากให้นิทรรศการนี้เป็นพลังบวก ให้คนไทยทุกคนได้ดำเนินชีวิตต่อไป และก้าวเดินตามรอยที่ได้ทรงพระราชทานให้ไว้

ด้วยเหตุที่พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงคุณค่าที่สุดนั้น เป็นเสมือนหนึ่งในบันทึกความทรงจำของการทรงงานหนัก เพื่อความสุขของราษฎรตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ เป็นสิ่งย้ำเตือนให้พสกนิกรไทยทำความดีตามรอยพ่อ และรำลึกอยู่เสมอว่าพระองค์ไม่ได้จากไปไหน ยังทรงทอดพระเนตรพวกเราทุกคน ดุจดั่งสายพระเนตรของพระองค์ท่านจากพระบรมฉายาลักษณ์ที่เราทุกคนจะกราบไหว้ทุกวัน...และตลอดไป